หน้าแรก เศรษฐกิจ เกษตรกรเตรียม...

เกษตรกรเตรียมเฮ พณ.เล็งผ่อนปรนนำเข้ารถแทรกเตอร์ใช้แล้วได้

9.09.19 | 12:41 น.

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมออกประกาศ เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. โดยกำหนดให้รถแทรกเตอร์ตีนตะขาบล้อยางเพื่อการเกษตรสำเร็จรูปเต็มคัน เฉพาะพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 8701.30.00 (รถแทรกเตอร์ตีนตะขาบเฉพาะล้อยาง) พิกัดอัตราศุลกากรประเภท 8701.91.10 (รถแทรกเตอร์กำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 18 กิโลวัตต์) 8701.92.10 (รถแทรกเตอร์กำลังเครื่องยนต์เกิน 18-37 กิโลวัตต์) 8701.93.10 (รถแทรกเตอร์กำลังเครื่องยนต์เกิน 37-75 กิโลวัตต์) 8701.94.10 (รถแทรกเตอร์กำลังเครื่องยนต์เกิน 75-130 กิโลวัตต์) และ 8701.95.10 (รถแทรกเตอร์กำลังเกินเครื่องยนต์เกิน 130 กิโลวัตต์) สามารถนำเข้าได้ ซึ่งกรมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.dft.go.th ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 กันยายน 2562

นายอดุลย์กล่าวว่า หลังจากที่กรมได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ธันวาคม 2562 มีขอบเขตควบคุมสินค้ารถยนต์ใช้แล้ว ตามพิกัดอัตราศุลกากร 8701 8702 8703 8704 8705 และรถยนต์ใช้แล้วที่มีอายุเกิน 100 ปีขึ้นไป (รถโบราณ) ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 9706 เพื่อป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนไปแล้วนั้น ต่อมาได้มีการเรียกร้องจากกลุ่มสมาคมชาวไร่อ้อย กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการนำเข้ารถแทรกเตอร์ ไม่สามารถนำเข้ารถแทรกเตอร์ใช้แล้วเพื่อการเกษตร ตามพิกัดฯ 8701 ได้ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้นและไม่อาจแข่งขันทางด้านราคาได้

นายอดุลย์กล่าวว่า กรมจึงได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 22 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยที่ประชุมมีมติให้รถแทรกเตอร์ใช้แล้วเพื่อการเกษตร เฉพาะที่อยู่ภายใต้พิกัดฯ 8701 จำนวน 6 ประเภทข้างต้น สามารถนำเข้าได้ กรมจึงได้เตรียมออกประกาศควบคุมการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วดังกล่าว เพื่อให้การออกกฎหมายเป็นไปด้วยความรอบคอบ กรมขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศผ่านทางเว็บไซต์ www.dft.go.th หรือสายด่วน 1385