นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินโนสเปซ (ประเทศไทย) เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นแพลตฟอร์มในการขับเคลื่อนการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทยให้เข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงมีความสามารถมากพอที่จะแข่งขันในเวทีโลกได้ เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศ โดยการทำงานของบริษัท จะเน้นการเชื่อมโยงกิจกรรมของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาที่สนับสนุนให้เกิดการบูรณาการและสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงเติมในส่วนที่ขาด โดยไม่ทับซ้อนกับกิจกรรมที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศบนพื้นฐานของนวัตกรรม ที่จะยกระดับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทย ให้ถึงระดับยูนิคอร์น หรือธุรกิจที่มีมูลค่าในการระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
“อินโนสเปซพึ่งตั้งขึ้น ยังไม่มีทีมงานที่จะดูแลในส่วนต่างๆ ทำให้ภายใน 1-2 เดือนนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและสรรหาผู้บริหารในด้านการลงทุนขึ้น เพื่อให้สามารถสรุปแนวทางการขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ ได้อีกครั้ง โดยในระยะต่อไปไทยจะมีการลงนามความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น และอิสราเอล เพื่อก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถปั้นสตาร์ทอัพให้เพิ่มมากขึ้นได้ โดยในปัจจุบันไทยมีสตาร์ทอัพอยู่ไม่น้อย แต่ยังไม่ได้มีถึงระดับยูริคอร์นเหมือนในต่างประเทศ ทำให้ต้องพัฒนาเพื่อให้แตะระดับดังกล่าวให้ได้”นายเทวินทร์กล่าว
นายเทวินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการลงนามความร่วมมือของพันธมิตรด้านการลงทุน เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันสนับสนุนเงินทุนสำหรับการดำเนินงานของบริษัท เบื้องต้นสามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 515 ล้านบาท แต่จะมีการทยอยเรียกเก็บเบื้องต้นก่อน 25% ได้แก่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) 100 ล้านบาท, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน 50 ล้านบาท, ธนาคารกรุงเทพ 50 ล้านบาท, ธนาคารกรุงไทย 50 ล้านบาท, ธนาคารกสิกรไทย 50 ล้านบาท, ธนาคารไทยพาณิชย์ 50 ล้านบาท, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด 25 ล้านบาท, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 5 ล้านบาท, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 30 ล้านบาท, บริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) 30 ล้านบาท, บริษัทในเครือสหพัฒน์ 30 ล้านบาท, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 20 ล้านบาท และธนาคารรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) 5 ล้านบาท
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


