“อุตตม” ระบุสรรพสามิตต้องร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย ไม่เพียงแต่ใช้มาตรการเพื่อหารายได้เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก “ดร.อุตตม สาวนายน” โดยระบุว่า วันนี้ (10 ก.ย.62) ผมและท่านสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รวมทั้งผู้บริหารกระทรวงการคลัง ได้ไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกรมสรรพสามิต ผมได้เห็นถึงพลังของคนสรรพสามิต ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

ผมและคณะ ได้ฝากให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิต คำนึงถึงการใช้นโยบายด้านภาษีของสรรพสามิต เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

ประการแรก Green Tax หรือภาษีสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งกรมสรรพสามิต ได้มีแนวความคิดจะก่อตั้งกองทุนส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และการบริหารจัดการแบตเตอรี่ เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมทั้งคำนึงถึงผลพวงที่จะตามมาหลังแบตเตอรี่หมดอายุ ซึ่งเราจะต้องดูแล มีวิธีการจัดการที่ดี ป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว ต้องมีกฎหมายรองรับรูปแบบพ.ร.บ. โดยผมได้ขอให้ทางกรมฯ เร่งเดินหน้าศึกษาแนวทาง เนื่องจากเป็นการสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ ในการสนับสนุนศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วย

อีกทั้ง กองทุนนี้จะมีส่วนสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมใหม่ด้วย เช่น งานวิจัยของมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบรายเล็กที่สร้างสรรค์นวัตกรรมส่วนประกอบสำคัญของการสร้างยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งช่วยพัฒนาบุคลากร พัฒนาเทคโนโลยี และดูแลเรื่องของคุณภาพชีวิต โดยจะต้องครอบคลุมเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ

ประการที่สอง คือ Health Tax หรือภาษีเพื่อสุขภาพ ผมขอให้เร่งดำเนินการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กัน เช่น ระบบ E-Stamp เพื่อการดูแลตรวจสอบการชำระภาษีที่แม่นยำและรวดเร็ว รวมทั้งระบบ E-licensing หรือต่อใบอนุญาต เกี่ยวกับยาสูบ สุรา โดยผ่านระบบออนไลน์ สามารถรับใบอนุญาตได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีภาษีใหม่ ประเภทเครื่องดื่มนวัตกรรม หรือ Functional Drinks คือ กลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่มีการดัดแปลงองค์ประกอบ เพื่อเติมสารเสริมประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจะแยกออกมาจากเครื่องดื่มประเภท Energy Drinks โดยให้มีการจัดเก็บภาษีในอัตราที่ถูกกว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของผู้ประกอบการายเล็กในด้านดังกล่าว

ประการที่สาม กลุ่ม Energy Tax หรือ ภาษีพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกน้ำมัน โดยผมขอเร่งใช้ระบบบล็อกเชน ในการติดตามการเสียภาษีสรรพสามิตที่ถูกต้อง ป้องกันและปราบปรามจัดการกับการลักลอบที่ไม่ถูกต้องและหลบเลี่ยงการเสียภาษี รวมทั้งเรื่องของการกำหนดภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ( กพช.) มีมติเห็นชอบให้น้ำมันบี 10 เป็นน้ำมันไบโอดีเซลพื้นฐานในประเทศไทยแล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้ปรับเปลี่ยนการทำงาน โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆได้

ที่สำคัญ กรมสรรพสามิต มิได้ใช้มาตรการหรือนโยบายภาษี เพื่อหารายได้มาบริหารประเทศเท่านั้น แต่ต้องมีหัวใจในการบริหารจัดการ เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมผู้ประกอบการ รวมทั้งเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ด้วย

บทความก่อนหน้านี้กทม.เตรียมยกเลิกจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย 175 จุด หลังยกเลิกแล้ว 508 จุดทั่วกรุง
บทความถัดไปหนุ่มใหญ่โดดสะพานลอยหัวกระแทกพื้นดับสยอง