หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ชี้3ปัจจัย...

พณ.ชี้3ปัจจัยกดดันค่าบาทแข็งค่าต่อ และรายได้ส่งออกหดหาย

12.09.19 | 12:54 น.

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)เปิดเผยว่า สนค.ได้ทำการวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญและของไทย พบว่า ค่าเงินบาทเฉลี่ยจากต้นปีจนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2562 อยู่ที่ 31.39 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งและคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งส่วนมากค่าเงินอ่อนค่าเนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ อย่างเช่น เกาหลีใต้ อ่อนค่า6.5% สหภาพยุโรป อ่อนค่า 6.3% อังกฤษ อ่อนค่า 6.2% จีนอ่อนค่า 5.3%อินเดีย อ่อนค่า 5.1% ไต้หวัน อ่อนค่า 4.0% มาเลเซีย อ่อนค่า 4.0% และเวียดนาม อ่อนค่า 2.1% เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การส่งออกของไทยยังทำได้ดีกว่าประเทศที่ค่าเงินอ่อนค่า โดย
7 เดือนแรกปี 2562 ไทยส่งออกหดตัว 1.9% ส่วนเกาหลีใต้หดตัว 8.9% อังกฤษหดตัว 3.5%ไต้หวันหดตัว 2.9% และมาเลเซียหดตัว4.8% ดังนั้นการแข็งค่าของค่าเงินบาทแม้ว่าจะทำให้รายได้ผู้ประกอบการลดลง แต่ในภาพรวมส่งผลกระทบต่อการส่งออกยังจำกัด

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า สินค้าเกษตรซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากแข็งค่าของค่าเงิน พบว่า แม้ว่าการส่งออกสินค้าเกษตรบางชนิดจะหดตัว แต่การส่งออกไปบางตลาดยังขยายตัวได้ดี เช่น การส่งออกข้าว 7 เดือนแรกหดตัว18.5%แต่ส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัว13.9% มีสัดส่วน13.8%ของการส่งออกข้าวทั้งหมด การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 7 เดือนแรกหดตัว 6.9% แต่การส่งออกไปญี่ปุ่นขยายตัว 3.2 %มีสัดส่วน10.6% การส่งออกข้าวโพด 7 เดือนแรกหดตัว20.7% แต่การส่งออกไปเวียดนามขยายตัว 29.2% มีสัดส่วน23.2%
นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า นอกจากนี้ การส่งออกอาหารทะเลกระป๋อง 7 เดือนแรกขยายตัว 2.3% โดยส่งออกไปสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ขยายตัว16.5% และ 10.4% ตามลำดับ เป็นต้น รวมถึงการส่งออกผลไม้สด/แช่แข็งที่มีความนิยมสินค้าไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การส่งออกขยายตัวสูงถึง44.9% สะท้อนการส่งออกสินค้าเกษตรยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการส่งออก เช่น ความต้องการสินค้า และคุณภาพสินค้า เป็นต้น ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าไลฟ์สไตล์หลายชนิดที่ขยายตัวได้ดีเช่นเครื่องสำอาง/ผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องรับวิทยุและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ตู้เย็นและผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว15.3% 13.3% 12.6% 3.3% และ 1.3% ตามลำดับ

“ช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มทรงตัวหรืออาจแข็งค่าเพิ่มขึ้น และคาดเคลื่อนไหวช่วง 30-31 บาท ปัจจัยหลักอาจจทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ได้แก่ 1.การดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมของประเทศสำคัญของโลก อย่าง สหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป 2. แนวทางการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) และ 3.ความขัดแย้งการเมืองระหว่างประเทศ เป็นต้น ” นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว