นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นประจำสัปดาห์นี้ ปัจจัยที่น่าติดตามเป็นการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายนนี้ และทราบผลในวันที่ 19 กันยายน โดยตลาดมีความคาดหวังในส่วนของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้ง หลังจากได้ปรับลดลงไปแล้ว 0.25% ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยก็อยู่ในลักษณะของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มถดถอยลง สำหรับปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน (เทรดวอร์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มดูดีขึ้น เนื่องจากมีรายงานออกมาว่า สหรัฐฯและจีนจะมีการหารือกันภายในเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงการที่สหรัฐฯได้ยืดเวลาในการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนออกไป และจีนก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวที่จะรับซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯเพิ่มมากขึ้น จึงเกิดภาวะที่ดูดีขึ้น
“ขณะนี้เริ่มเห็นการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ของบรรดาธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้เห็นการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารยุโรป (อีซีบี) ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รวมถึงแถมมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) หรือ การนำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ในรูปแบบที่รัฐบาลเข้าไปซื้อสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน และจะให้สถาบันทางการเงิน ปล่อยกู้ให้ภาคเอกชนต่อไปมาด้วย แม้แต่ธนาคารกลางตุรกี ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก ก็มีการออกมาปรับลดดอกเบี้ยลงเช่นเดียวกัน ทำให้เห็นว่าโทนจะเป็นแบบนี้เหมือนกันหมด”นางสาววิลาสินีกล่าว
นางสาววิลาสินี กล่าวว่า ในส่วนของเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงที่สงครามการค้าดูยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ก็มีส่วนที่จะกดดันฟันด์โฟลว์ที่จะไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยบ้างเล็กน้อย เพราะมองว่าเป็นตลาดประเทศเกิดใหม่ แต่หากมีการปรับลดดอกเบี้ยลง ตลาดทุนไทยก็จะถูกมองว่าเป็นที่พักเงินที่ปลอดภัย ทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับเข้ามาเพิ่ม หนุนค่าเงินบาทให้แข็งค่ามากขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มที่เงินบาทมีโอกาสแข็งค่ามากขึ้น และออกมาเตือนให้ผู้ส่งออกสินค้าไทย ป้องกันความเสี่ยงจากการที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นด้วย สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน มีทั้งบวกและลบสลับกันในรายวัน จึงแนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้น หุ้นเชิงรับ หรือหุ้นที่ขึ้นไม่มาก และลงไม่รุนแรง รวมถึงหุ้นที่ไม่เคลื่อนไหวผันผวนตามภาวะตลาด อาศัยรายได้จากการขายและบริโภคภายในประเทศ และหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว อาทิ มาตรการชิมช็อปใช้
ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

