ขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย กำลังจับตา พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา ที่ถือว่าทั้งใหม่และสดมากในวงการนี้ เพราะที่ผ่านมาเป็นนักธุรกิจมาตลอดชีวิต แต่เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่มีอะไรยากเกินไป แม้จะเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่
ทำงานมาเกือบ 2 เดือน เริ่มเห็นไอเดียและแนวคิดใหม่ๆ ของรัฐมนตรีท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีตั้งแต่การสานต่อนโยบายเดิมที่ดีอยู่แล้ว แนวคิดใหม่ในการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว แม้จะมีบางแนวคิดถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก จนต้องศึกษาเพิ่มเติมยาวๆ อาทิ การเล็งแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม การจองบ้านเช่าออนไลน์แบ่งปันอย่าง Airbnb และโฮมสเตย์ให้ถูกกฎหมาย แต่ภาคเอกชนหวั่นว่าจะเกิดการแข่งขันไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการต่างชาติ การแอบแฝงมาใช้ประโยชน์จากโฮมสเตย์
และมีแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงกัญชา ถูกมองว่าจะเกิดการมอมเมาในสังคม และกระทบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ต่อมาคือประเด็นการปิดผับถึงตีสี่ นำโมเดลพัทยามาใช้ แต่ถูกต่อต้านหนัก อีกเรื่องคือเสนอเพิ่มวันหยุดราชการ 2 วันแบบไม่หักพักร้อน แต่ยังไม่ได้มีรายละเอียดมากนัก หรือแม้กระทั่งถูกรับน้องด้วยการปัดตกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการเสนอใช้มาตรการฟรีวีซ่าประเทศจีนและอินเดีย เพราะกังวลเรื่องความมั่นคงในประเทศ
ขณะนี้ยังมีอีก 3 เรื่องที่ต้องการผลักดันให้ทันในปีนี้คือ โครงการ 100 บาท กิน ช้อป เที่ยวทั่วไทย กำหนดจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิประมาณ 1 หมื่นคน เปิดให้รับสิทธิเพียงวันละ 4 ครั้ง ในทุกวันที่ 10 เดือน 10, วันที่ 11 เดือน 11 และวันที่ 12 เดือน 12 รวมถึงโครงการลดราคาที่พัก และร้านอาหารเพิ่มเติม 10-15% จากเดิมที่ลดอยู่แล้ว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดาในราคาสุดพิเศษลดสูงสุดประมาณ 70% รวมถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนในตระกูลแซ่ที่มีเครือญาติอยู่ในประเทศไทย ให้เดินทางมาเยี่ยมเยือนญาติพี่น้อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเที่ยวในประเทศมากขึ้น และสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและจีนเพิ่มมากขึ้น
ต้องถือว่ารัฐมนตรีคนใหม่ขยันทำงานมาก ผุดไอเดียดีๆ ออกมาอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะมีการศึกษาเพิ่มเติมบ้าง อยู่ระหว่างการพิจารณาบ้างก็คงไม่เป็นไร เพราะก็ดีกว่าการมีรัฐมนตรีแค่เพียงในตำแหน่ง แต่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหว หรือทำงานที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยใดๆ ทั้งสิ้น

