นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการสำรวจสำมะโนประชากรทุก 10 ปี ในปี 2563 นี้ จะครบรอบในการสำรวจอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) หน่วยงานของกระทรวงดีอีเอส จึงมีการปรับวิธีการสำรวจให้ทันกับยุคเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการผสมผสานการสำรวจแบบเดิม คือการเจอหน้ากันเข้ากับการเพิ่มช่องทางสำรวจผ่านโมบายล์ และการสำรวจผ่านอินเตอร์เน็ต (อี-เซอร์เวย์) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีเอสกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) ทั้ง 5 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในการลงนามร่วมกันในการทำแบบสำรวจดังกล่าวผ่านลูกค้าของโอเปอเรเตอร์แต่ละราย ซึ่งกระทรวงยืนยันว่าข้อมูลของประชาชนจะไม่ถูกโอเปอเรเตอร์เก็บไว้อย่างแน่นอน โดยข้อมูลจะถูกเก็บมาโดยตรงยังสสช.และสสช.ไม่สามารถเผยแพร่ได้ เพราะมีกฎหมายของสสช.ห้ามมิให้เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลไปยังคนภายนอกอยู่แล้ว อีกทั้งยังมี พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล คุ้มครองอีกด้วย
ส่วนบทบาทของคุณมาดี ที่ทำหน้าที่ออกสำรวจความคิดเห็นในเรื่องต่างๆกับประชาชนในพื้นที่ที่มีอยู่กว่า 70,000 คน ครอบคลุมทุกหมู่บ้านนั้น กระทรวงจะยกระดับให้เป็นอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกระทรวงในเรื่องต่างๆ เช่น ข้อมูลข่าวปลอม นโยบายต่างๆที่กระทรวงมี ตลอดจนการให้ความรู้และแจ้งเรื่องร้องทุกข์มายังกระทรวงเพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีภารกิจมากขึ้นในลักษณะ อสม.ที่มีเงินเดือนในการทำงาน เมื่อภารกิจชัดเจนกระทรวงก็สามารถตั้งงบประมาณในการทำงานได้

ด้านนายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการ สสช. กล่าวว่า การทำสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2563 นี้ ใช้งบประมาณ 480 ล้านบาท ซึ่งประหยัดกว่าการทำสำรวจเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่ใช้งบประมาณ 900 ล้านบาท เนื่องจากจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยโดยการสำรวจครั้งนี้จะใช้การสำรวจ 4 วิธี ประกอบด้วย 1.การออกสำรวจแบบสอบถามตามบ้านที่เป็นอยู่ในกลุ่มตัวอย่าง 2. การบูรณาการข้อมูลที่มีอยู่ในแต่ละหน่วยงาน เช่น กรมการปกครอง ,กระทรวงการคลัง และ กระทรวงสาธารณสุข 3. การทำแบบสำรวจผ่านอินเทอร์เน็ต (อี-เซอร์เวย์) และ 4. การสำรวจผ่านโมบายล์ของ 5 โอเปอเรเตอร์ไทย
สำหรับเรื่อง เครือข่ายมาดีนั้น สสช.ได้มีการประสานการทำงานกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วในการแต่งตั้งให้เป็นสถิติอำเภอเพื่อเป็นตัวแทนในการเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นการที่กระทรวงดีอีเอสจะยกระดับเป็นอสด.นั้น จะทำให้ข้อมูลข่าวสารจากส่วนกลางสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่าย
สำหรับงบประมาณปี 2563 สสช.คาดว่าจะได้งบประมาณ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการทำสำรวจสำมะโนประชากร 480 ล้านบาท , การทำระบบหลังบ้านจะปรับจากเดิมที่มี 20-30 ระบบ เหลือเพียง 5-6 ระบบ งบประมาณ 60-70 ล้านบาท , งบประมาณบุคลากรในสสช. จำนวน 600 ล้านบาท และโครงการอื่นๆ เช่น การสำรวจการว่างงาน เป็นต้น จำนวน 300 ล้านบาท
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


