“ศุภาลัย” บุกต่อฝั่งธนฯ ชี้คอนโดระดับราคา 2-3 ล้านยังไปได้

24.09.19 | 15:09 น.

ศุภาลัย ชี้ตลาดคอนโดฯทำเลฝั่งธนฯระดับราคา 2-3 ล้านบาท ยังฉลุยเชื่อยังมีความต้องการต่อเนื่อง เผยแผนไตรมาส 4 จ่อเปิด 7 โครงการ มูลค่ารวม 6,000-7,000 ล้านบาท ล่าสุดผุด”ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่”มูลค่า 1,240 ล้านบาท คาดเปิดพรีเซลล์โกยยอดขาย 50%

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย (SPALI) เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ย่านฝั่งธนบุรี ว่า ปัจจุบันยังถือว่าเป็นตลาดที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคา 2-3 ล้านบาท เชื่อว่ายังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในทำเลท่าพระเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจ จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการประมาณ 3-4 โครงการ รวมกว่า 3,000 ยูนิต ซึ่งในปัจจุบันมีอัตราการดูดซับแล้วกว่า 70% โดยล่าสุดได้เข้าพัฒนาโครงการ “ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่”พัฒนาภายใต้แนวคิด“Your Life, Your Style สู่อีกขั้นของความสมบูรณ์แบบ ให้ชีวิตโดดเด่นเหนือใคร”บนพื้นที่ 2 ไร่ จำนวน 1 อาคาร รวม 421 ยูนิต มูลค่า 1,240 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 1.98 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 66,300-74,600 บาทต่อตร.ม. ทั้งนี้คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดเปิดตัวพรีเซลล์อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 – 20 ตุลาคม 2562 ราคาเริ่ม 1.98 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะมียอดขายในวันพรีเซลล์ที่ประมาณ 50%

นายไตรเตชะกล่าวว่า อย่างไรก็ตามในปี 2562 นี้บริษัทตั้งเป้าหมายเปิดตัวโครงการใหม่รวม 30 โครงการ มูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรก เปิดโครงการใหม่แล้ว จำนวน 9 โครงการ มูลค่า 19,760 ล้านบาท ส่วนในครึ่งปีหลังมีแผนเปิด 21 โครงการ มูลค่ารวม 20,240 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 3 มีแผนเปิด 14 โครงการ เปิดไปแล้ว 12 โครงการ สำหรับในไตรมาส 4 นี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 7 โครงการ มูลค่าประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท

นายไตรเตชะกล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายได้จำนวน 13,307 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 44% และโครงการแนวราบ 56% ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมียอดขายรวม 35,000 ล้านบาท รวมถึงสามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 10,892 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 28,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการทยอยส่งมอบคอนโดมิเนียม ขณะที่รายได้จากอสังหาริมทรัพย์แบ่งเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 55% โครงการคอนโดมิเนียม 45% และมีกำไรสุทธิ 2,293 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 5,770 ล้านบาท

“ปัจจุบันมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 43,434 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 10,189 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 33,245 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในอีก 4 ปีถัดไป เพื่อรองรับการเติบโตด้านรายได้ของบริษัทในอนาคต นอกจากนี้บริษัทยังเห็นการลงทุนระยะยาว โดยบริษัทได้ขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทได้เข้าไปลงทุนแล้ว 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 2,200 ล้านบาท ทั้งนี้ได้กำหนดนโยบายการลงทุนในต่างประเทศรวมไม่เกิน 10% ของงบลงทุนรวม”นายไตรเตชะกล่าว

Advertisement