นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยในงานเสวนากระชากปม 5G ไปไม่ถึงฝัน ว่า แผนการจัดสรรคลื่นความถี่ ยังเป็นไปตามแผนทั้งหมดไม่คลาดเคลื่อน โดยจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26-28 กิกะเฮิรตซ์ ช่วงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นจัดการประมูลล่วงหน้า ในรูปแบบการประมูลหลายย่านความถี่พร้อมกัน (มัลติแบนด์) ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ 5G จะสามารถเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2563 ได้
นายฐากร กล่าวว่า ปัจจุบัน หลายประเทศมีการขยับโรดแมปการมี 5G ขึ้นมาให้เร็วขึ้น เดิมที่ตั้งเป้าว่า 5G จะสามารถใช้งานได้ปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 โดยจะเริ่มเปิดให้บริการ 5G ในบางพื้นที่ บางอุตสาหกรรมก่อน เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว และภาคโลจิสติกส์ เป็นต้น
ทั้งนี้ จากการประชุมผู้นำองค์กรกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมในภูมิภาคอาเซียน หรือการประชุมอาเซียน เทเลคอมมูนิเคชั่น เร็กกูเลเตอร์ เคานซิล (เอทีอาร์ซี) ครั้งที่ 25 ที่สำนักงาน กสทช. เป็นเจ้าภาพ ทราบว่า 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย เตรียมเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ประมาณเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2563 จึงมีความกังวลในกรณีที่นักลงทุนจะมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศนั้นๆ ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ ญี่ปุ่น และจีน จะเปิดให้บริการ 5G อย่างเป็นทางการในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปี 2020
“ดังนั้น ไทยจึงมีความจำเป็นต้องขยับโรดแมปขึ้นมาเร็วขึ้น ทำเกิน ดีกว่าทำขาด หากขยับให้เริ่มใช้งานได้ในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2563 ได้ นั่นก็หมายความว่า ประเทศเราจะสามารถเดินหน้าได้เร็วกว่า ทำให้นักลงทุนไม่ย้ายฐานการผลิตแน่นอน” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า หาก 5G ไม่เกิดขึ้น ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ทั้งภาคอุตสาหกรรมที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนต้องย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ดีกว่าแน่นอน โดยประเมินว่า หาก 5G ไม่เกิดขึ้น ภาคการผลิต จะสูญเสียเม็ดเงินมูลค่า 600,000 ล้านบาท ภาคโลจิสติกส์ 100,000 ล้านบาท ภาคการเกษตร 90,000 ล้านบาท และภาคสาธารณสุขด้วย ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 2 ล้านล้านบาทต่อปี ไทยจึงมีความจำเป็น ที่ต้องขับเคลื่อน 5G ในเกิดขึ้นต่อไป
“กสทช. มีความพยายามในการขับเคลื่อนอย่างมาก โดยมีการหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) อย่างต่อเนื่อง แต่ยังนิ่ง โดยโอเปอเรเตอร์ให้เหตุผลว่า ปัจจุบันการลงทุนในระบบ 4G ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน แต่ต้องมีการลงทุนใน 5G เพิ่ม โดยมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ในการขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายก่อนได้หรือไม่ เพราะกังวลว่า 5G หากเกิดขึ้นล่าช้าจะได้รับผลกระทบ ขณะที่ จีน และเวียดนาม เปิดให้โอเปอเรเตอร์นำคลื่นความถี่ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ก่อน แล้วชำระเงินภายหลัง ทั้งกระบวนการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ก็ยังประสบปัญหา จึงมีความกังวลอย่างมาก” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า กสทช. จึงเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G ระดับชาติ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดย 5G จะเกิดประโยชน์อย่างมากกับทุกอุตสาหกรรม ไม่เฉพาะอุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคมเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G จะช่วยขจัดปัญหาต่างๆ ทำให้การผลักดันการขับเคลื่อน 5G เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ราบรื่น
“การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G เพื่อแก้ปัญหา 3 เรื่อง ได้แก่ 1.มูลค่าคลื่นความถี่ 2.การลงทุนของโอเปอเรเตอร์ และ 3.การต่อยอดการทำงาน การนำ 5G ไปใช้งาน โดยจะดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อทำให้เกิดการต่อยอดทันที เพื่อให้โอเปอเรเตอร์เกิดความมั่นใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเกิดการใช้งานอย่างแท้จริง” นายฐากร กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


