นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงานนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ต้นแบบการส่งเสริมมาตรฐานแรงงานไทยสู่สากล ณ นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบกิจการให้มีระบบบริหารจัดการแรงงานที่ดีตามมาตรฐานสากล โดยมีมาตรฐานแรงงานไทย (TLS 8001-2010) เป็นเครื่องมือในการดําเนินการ เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของผู้ประกอบการ และเป็นการแสดงออกถึงการดําเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงาน ส่งผลให้สินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากคู่ค้าในเวทีการค้าโลก นําไปสู่การขจัดอุปสรรคหรือข้อจํากัดทางการค้าที่เกี่ยวกับสิทธิแรงงานได้อย่างยั่งยืน เพื่อขยายการดําเนินการดังกล่าวไปสู่สถานประกอบกิจการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม
“กสร.ได้ร่วมกับสํานักงานนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร สํานักงานนิคม อุตสาหกรรมสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกและห่วงโซ่การผลิตหนาแน่น สร้างมูลค่าเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ มีสถานประกอบกิจการและแรงงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้าม ชาติเป็นจํานวนมาก ในการดําเนินโครงการรณรงค์ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการได้ตระหนักถึงการดําเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงานและเผยแพร่เชิญชวนให้จัดทํามาตรฐานแรงงานไทย ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมา ผลจากการดําเนินโครงการดังกล่าว มีสถานประกอบกิจการสมาชิกนิคมฯจัดทํามาตรฐานแรงงานไทยแล้วจํานวนทั้งสิ้น 55 แห่ง ได้รับการรับรอง 3 แห่ง ประกาศแสดงตนเอง (Self-declaration) 52 แห่ง จากสถานประกอบกิจการของทั้งสองนิคมฯ เข้าร่วมกิจกรรมจํานวน 128 แห่ง ทั้งนี้ สถานประกอบกิจการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทยตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไป สามารถต่อยอดโดยการขอใช้ตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T-Mark) ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่รับรองคุณภาพการผลิตที่คํานึงถึงสิทธิแรงงาน สิ่งแวดล้อม และตัวของผลิตภัณฑ์ จากกรมส่งเสริม การค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างให้สถานประกอบกิจการมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมั่นคง” นายวิวัฒน์กล่าว
นายวิวัฒน์กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2563 กสร.พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่ายจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพและยกระดับการจัดทํามาตรฐานแรงงานไทยในนิคมฯอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทําให้สถานประกอบกิจการ ที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถขอการรับรองมาตรฐานแรงงานไทยได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถเป็นต้นแบบให้กับนิคมอุตสาหกรรมอื่นใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเพื่อเป็นนิคมอุตสาหกรรมมาตรฐานแรงงานไทยต่อไป

