“PORT” เตรียมย้ายเข้า SET ปลายปีนี้ ลุ้นผู้ถือหุ้นไฟเขียวรับหุ้นปันผล ปรับอัตราแปลงวอร์แรนท์ เปิดทางกองทุนถือหุ้นเพิ่มเข้าเกณฑ์ตลท.

26.09.19 | 13:47 น.

นางเสาวคุณ ครุจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้จ่ายปันผลเป็นหุ้นและเงินสด จากกำไรสะสมในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท โดยจ่ายเป็นหุ้นปันผลอัตราการจัดสรร 10 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญปันผล โดยเศษของหุ้นให้จ่ายเป็นเงินสดหุ้นละ 0.05 บาท และจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.005 บาท พร้อมทั้งให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 กันยายนนี้เพื่อขออนุมัติเพิ่มทุน จำนวน 29,899,720 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 298,999,981 บาท เป็นทุนจดทะเบียน จำนวน 328,899,701 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 59,799,440 หุ้น ซึ่งมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทเพื่อรองรับการจ่ายปันผลและปรับสิทธิวอร์แรนท์จากการจ่ายหุ้นปันผล โดยล่าสุดบริษัทฯได้ปรับอัตราการใช้สิทธิวอร์แรนท์ PORT-W1 จากราคาใช้สิทธิเดิม 6.50 บาท เป็น 5.9091 บาท และปรับอัตราการใช้สิทธิจากเดิม 1:1 หน่วย/หุ้น เป็น 1: 1.09999 หน่วย/หุ้น

นางเสาวคุณ กล่าวอีกว่า บริษัทมีแผนจะย้ายเข้า SET โดยบริษัทมีความพร้อมด้านคุณสมบัติตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)กำหนดไว้ หากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนเพื่อการจ่ายหุ้นปันผลและปรับสิทธิวอร์แรนท์ บริษัทจะมีทุนจดทะเบียน 328.90 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 303.60 ล้านบาท ทำให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ย้ายเข้า SET ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย ลดข้อจํากัดในการเข้าลงทุนของนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจจะช่วยหนุนราคาหุ้นในมีเสถียรภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติการขายคลังสินค้าปลอดภาษี ให้กับบริษัท สหไทยสตีลไพพ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกัน โดยได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่ารายการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ด้านกระแสเงินสดที่จะนำมาใช้หมุนเวียน เพิ่มสภาพคล่องให้กับกิจการ การนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในส่วนอื่นๆ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่อาจจะเกิดขึ้น และยังลดความเสี่ยงด้านการจัดหาผู้เช่า

ทั้งนี้บริษัทฯได้รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2562 มีรายได้รวม 782.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.92% จากรายได้รวม 753.23 ล้าน บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 56.72 ล้านบาท ลดลง 7.87 % จากกำไรสุทธิ 61.57 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน