หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังเผยลงทะเบ...

คลังเผยลงทะเบียนชิมช้อปวันแรกตกเกณฑ์เกือบ 2 แสนคน ขู่ดำเนินคดีร้านรับแลกเงินสด

26.09.19 | 16:16 น.

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าการลงทะเบียนชิมข้อปใช้ตั้วฝงแต่วันที่23 กันยายนจนถึงวันที่26 กันยายนรวม4 วันปรากฏว่ามีคนลงทะเบียนครบตามจำนวนในแต่ละไม่เกิน1 ล้านคนต่อวันรวมมีคนลงทะเบียนแล้ว4 ล้านคน

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อวันที่23 กันยายน2562 หลังจากการตรวจสอบสิทธิ์จากฐานข้อมูลกระทรวงมหาดไทยและตรวจสอบจังหวัดที่แสดงความประสงค์ไปท่องเที่ยวไม่ซ้ำซ้อนกับจังหวัดในทะเบียนบ้านแล้วพบว่าเป็นผู้ผ่านเกณฑ์807,321 รายซึ่งผู้ได้รับสิทธิ์จะทยอยได้รับSMS ยืนยันภายในวันที้26 กันยายนและสามารถเดินทางท่องเที่ยวพร้อมเริ่มจับจ่ายใช้สอยได้ตั้งแต่วันที่27กันยายนเป็นต้นไป

ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปเกือบ2 แสนคนในวันแรกเพราะเป็นการลงทะเบียนที่ไม่สมบูรณ์เช่นการลงรหัสOTP ไม่เป็นตามเวลาที่กำหนดกรอกข้อมูลส่วนไม่ถูกต้องเลือกจังหวัดที่ตรงกับทะเบียนบ้านตัวเองโดยกลุ่มนี้สามารถเข้าลงทะเบียนใหม่ในวันถัดไปได้จนถึงวันที่15 พฤศจิกายนนี้หรือจนกว่าจะเต็มโควตา10 ล้านคนนายลวรณกล่าว

นายลวรณกล่าวต่อว่าทั้งนี้สิทธิ์ที่คงเหลือในแต่ละวันถูกยกไปใช้ต่อเป็นโควตาสำหรับให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ให้ครบโควตารวมตลอดโครงการที่10 ล้านรายดังนั้นประชาชนจึงสามารถทยอยลงทะเบียนได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่15 พฤศจิกายน2562

นายลวรณกล่าวต่อว่าเมื่อแยกตามรายภาคที่คนลงทะเบียนระบุว่าจะไปใช้จ่ายพบว่า43 % ระบุจะใช้สิทธิ์ในจังหวัดภาคกลาง, 16% ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 15% ภาคตะวันออก, 1 1% ภาคใต้,9 % ภาคเหลือและ6 % ภาคตะวันตกสำหรับช่วงอายุของคนที่ลงทะเบียนนั้น 54 % อยู่ในช่วงอายุ31 -60 ปีซึ่งเป็นช่วงวัยทำงาน,32% อยู่ในช่วงอายุ22 -30 ปีซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นทำงาน, 8% อยู่ในช่วงอายุ18-21 ปีเป็นช่วงวัยนักศึกษา,และ6 % มีอายุ60 ปีขึ้นไปหรือช่วงวัยชรา

Advertisement

นายลวรณกล่าวว่ามาตรการชิมช้อปใช้ไม่ใช่การแจกเงินแต่ต้องการให้เกิดการใช้จ่ายในสินค้าและบริการที่กำหนดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศโดยสิทธิ์2 ส่วนคือวงเงิน1,000 บาทแรกในกระเป๋าG-Wallet 1 เพื่อจูงใจให้กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อออกมาท่องเที่ยวข้ามจังหวัดและสิทธิ์การได้รับเงินคืน(cash back) 15% ของวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน30,000 บาทในกระเป๋าG-Wallet 2 ซึ่งประชาชนต้องเป็นคนเติมเงินเข้าไปเองดังนั้นการดำเนินการที่ผิดจากวัตถุประสงค์หรือหากตรวจพบว่ามีธุรกรรมลักษณะผิดปกติเช่นการรับแลกวงเงินเป็นเงินสดจะถูกระงับสิทธิ์ทันทีและจะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป