หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังใช้บล็อกเ...

คลังใช้บล็อกเชนใน 9 หน่วยงาน มีทั้งจัดซื้อจัดจ้าง ภาษี ขายบอนด์ บัตรคนจน รักษาพยาบาลขรก. ประเมินราคาที่ดิน

27.09.19 | 16:10 น.

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การดำเนินโครงการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)มาใช้ในหน่วยงานของกระทรวงการคลังว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ กรมบัญชีกลาง  กรมศุลกากร  กรมสรรพสามิต  กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) สำนักงานบริการหนี้สาธารณะ(สบน.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) และธนาคารกรุงไทย นำบล็อกเชนมาใช้พัฒนาระบบงาน การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล การหาแหล่งเงินทุน การบริหารทรัพย์สินและการประมูลงาน ยกระดับประสิทธิภาพระบบงาน ซึ่งทำให้ช่วยลดเอกสารกระดาษ ลดขั้นตอน รวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้

นายอุตตมกล่าวต่อว่า กระทรวงการคลัง ยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานในสังกัด นำดิจิทัลแพลตฟอร์ม วางโครงสร้างระบบงานผ่านบล็อกเชนใน 8 โครงการ ประกอบด้วย การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล การคืนภาษีของนักท่องเที่ยว การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ และระบบราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์

นายอุตตมกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Government Procurement : e-GP) บล็อกเชนของ e-GP รวบรวมข้อมูลประวัติของผู้ประกอบการนิติบุคคล รวมถึงระบบ Rating ของผู้ประกอบการตามผลงานในการทำงานกับภาครัฐ สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการลดระยะเวลา และภาระของผู้ประกอบการในการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการและการยื่นเสนอราคา โดยจากข้อมูล ปี2562  ภาครัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 3.6 ล้านโครงการ วงเงินรวมกว่า1.4 ล้านล้านบาท ลดภาระให้ผู้ประกอบการกว่า 270,000 ราย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความโปร่งใสของระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งช่วยผลักดันการใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่รากหญ้าให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับระบบของสถาบันการเงิน และระบบการประเมินคุณภาพแบบบูรณาการของผู้ประกอบการที่ร่วมงานกับภาครัฐได้อีกด้วย

นายอุตตมกล่าวว่า การคืนภาษีของนักท่องเที่ยว (VAT Refunds for Tourists) ระบบบล็อกเชน  โมบายแอพพลิเคชั่น  ระบบยืนยันตัวตนของนักท่องเที่ยว  รวมถึง    e-Tax Invoice ของร้านค้าเพื่อใช้ในระบบภาษี มาเชื่อมต่อกับกระบวนการต่างๆ ในประเทศ และระบบ Payment and Settlement ต่างประเทศ เช่น AliPay WeChat Visa และ Master เป็นต้น  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวโดยสามารถเช็คยอดคืนภาษี ขอคืนภาษีได้ทันที  รับภาษีคืนได้ภายใน 3 วันทำการ จากปกติใช้เวลา 34 วันทำการ ไม่ต้องถือเงินสดกลับประเทศ ได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าตลาด ไม่ต้องเข้าคิวสำแดงสินค้าที่กรมศุลกากรที่มีมากกว่า 7 แสนคนต่อปี  และไม่ต้องเข้าคิวขอคืนภาษีที่มีมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการของภาครัฐ โดยช่วยลดเรื่องการตรวจเอกสาร ลดการใช้กระดาษได้สูงสุด 10 ล้านใบต่อปี ลดต้นทุนในการจัดการ ลดความหนาแน่นของคิวที่สนามบิน ลดต้นทุนในการบริหารจัดการเงินสด และสามารถคัดแบบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกได้ทันที จากเดิมใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เหล่านี้ล้วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของประเทศ การกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการรายย่อย การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนระดับรากหญ้า

Advertisement

นายอุตตมกล่าวว่า ส่วนการออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Scripless Bond) จะช่วยให้การออกพันธบัตรรัฐบาล การจำหน่าย รวมถึงการรับฝากทรัพย์สิน โดยระบบสามารถออกพันธบัตรหน่วยย่อยที่ 1 บาทต่อ1 พันธบัตร ทำให้ประชาชนทุกระดับชั้นสามารถเข้าถึงการออมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความคล่องตัวทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง มีระบบจองก่อนได้ก่อน ช่วยลดต้นทุนในการเดินทางของประชาชนในการเข้ามาจองซื้อพันธบัตรที่สาขา  ยังช่วยสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการจองซื้อพันธบัตร ยิ่งไปกว่านั้นสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยลดระยะเวลาในการออกใบพันธบัตรจากเดิม 4 วันเหลือเพียงไม่ถึง1วัน

นายอุตตมกล่าวว่า ส่วนการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร ระบบบล็อกเชนจะช่วยรวบรวมเอกสารทุกประเภทที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การสั่งสินค้า การผลิต การนำเข้า การส่งออก จนกระทั่งสินค้าถึงมือผู้รับ ทำให้ช่วยให้กระทรวงการคลังสามารถประมาณรายได้การจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ  อีกทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น   ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการผลิต การนำเข้า และการส่งออก

นายอุตตมกล่าวว่า สำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูล จากทุกภาคส่วน มาเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทะเบียนผู้รับสวัสดิการ และใช้คุณสมบัตรของบล็อกเชนในการอัพเดทและแชร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์  เพื่อป้องกันการใช้สวัสดิการในทางที่ผิดและลดทุจริตจากผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ ด้านสิทธิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ระบบบล็อกเชนเข้ามาช่วยเชื่อมโยงข้อมูลของกระทรวงสาธารณะสุข และโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการยืนยันตัวตนและใช้สิทธิตามกรอบที่ได้ รวมทั้งต่อยอดคุณสมบัติของบล็อกเชนที่สามารถอัพเดทและแชร์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยสร้างความโปร่งใสและถูกต้องของผู้ใช้สิทธิ อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของระบบรักษาพยาบาลในประเทศ

นายอุตตมกล่าวว่า สำหรับการจัดทำราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้การเก็บภาษีจากการซื้อขายและถือครองที่ดินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถขยายขอบเขตไปถึงการจัดทำโฉนดที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะส่งผลให้การประเมินราคา และกระบวนการเก็บภาษีที่ดิน มีความโปร่งใส และถูกต้อง รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น