นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การใช้จ่ายชิมช้อปใช้ในวันแรกพบว่าประชาชนมาใช้จ่ายแล้วประมาณ 1 ล้านบาท จากยอดเงินที่พร้อมโอนให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์กว่า 800 ล้านบาท โดยประชาชนกว่า 80% ของ 8 แสนคนที่ผ่านเกณฑ์วันแรกโหลดแอปพลิเคชั่น เป๋าตังเรียบร้อยแล้ว คาดว่าหลังจากนี้จะทยอยกันใช้ โดยพบปัญหาว่ามีประชาชนไม่สามารถยืนยันตัวตน เนื่องจากบัตรประชาชนอาจทำมานาน แต่หน้าตาในปัจจุบันเปลี่ยนไป ทำให้ไม่สามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ ได้ จึงมายืนยันตัวตนที่สาขาธนาคารประมาณ 5,000 คน
นายพยงกล่าวว่า ในเรื่องระบบอาจมีปัญหาบ้างเพราะประชาชนให้ความสนใจโครงการนี้จำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 กันยายน มีประชาชนกว่า 7 แสนคนมารอลงทะเบียนในเวลา 00.01 น. ทำให้ระบบล่าช้า อย่างไรก็ตามในส่วนของข้อเสนอเลื่อนเวลาการลงทะเบียนมาเป็นเวลา 08.00 น.นั้นคงไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นเงื่อนไขของกระทรวงการคลังที่กำหนดไว้
นายพยงกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีร้านค้าประกาศรับแลกวงเงินเป็นเงินสดนั้น ขณะนี้ธนาคารเข้าไปตรวจสอบและระงับการเข้าถึงแอปฯ ถุงเงินไปแล้วหลายสิบราย โดยมีทั้งการใช้ระบบเอไอตรวจสอบ หากมีการโพสต์ในโลกออนไลน์ ธนาคารกรุงไทยสามารถตรวจสอบได รวมถึงมีการรับแจ้งจากประชาชน และตรวจสอบผ่านระบบธรรมดา ดังนั้นอยากเตือนว่าถ้ามีการกระทำผิดเงื่อนไขธนาคารสามารถตรวจสอบเจอได้เกือบทุกช่องทาง เมื่อระงับการเข้าถึงแอปฯแล้วจะแจ้งข้อมูลไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) และกรมบัญชีกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

