หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีเดย์! 30 ก....

ดีเดย์! 30 ก.ย.เปิดศูนย์รวมบ้านมือสอง คาดปีนี้ที่อยู่อาศัยค้างสต็อก 1.5 แสนยูนิต

27.09.19 | 17:25 น.

 

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่าได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์มือสอง (เอ็นพีเอเซ็นเตอร์) ซึ่งรัฐได้ให้งบดำเนินการ 31 ล้านบาท ระยะดำเนินการ 5 ปี เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปที่ต้องการที่อยู่อาศัยมืองสอง และเพื่อเป็นสื่อกลางให้กับสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และประชาชนทั่วไปสามารถแสดงอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการขายได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาพคล่อง ของตลาดบ้านมือสองและการสนับสนุนสินเชื่อ ด้านที่อยู่อาศัย และยกระดับความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ โดย ศูนย์ดังกล่าวจะจัดทำเป็น web Application ของระบบฐานข้อมูล อสังหาริมทรัพย์ตลาดนัดบ้านมือสอง หรือ www.taladnudbaan.com โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายนนี้

“ในเว็ปดังกล่าวจะมีทรัพย์มือสองจากหน่วยงานสภาสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) เช่น กรมบังคับคดี ธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด รวมกว่า 3 หมื่นรายการร่วมด้วย “นายวิชัยกล่าวและว่านอกจากนี้ในอนาคตจะเจรจากับธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบการเอกชน เพื่อนำทรัพย์เหล่านี้มาขึ้นเว็ปด้วย โดยเปิดให้บริการฝากทรัพย์ฟรี แต่ในอนาคตเมื่อเงินตั้งต้นหมดอาจจะเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยหลังการซื้อขายสำเร็จเพื่อมาเลี้ยงตัวเอง

นายวิชัย กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมของ กทม.-ปริมณฑล ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าความต้องการจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 เล็กน้อย แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 61 คาดว่าจำนวนยูนิตและมูลค่าจะลดลงประมาณ 15.5% และ 12.2% ตามลำดับ ส่วนสินเชื่อปล่อยใหม่คาดว่าจะลดลง 5.7% ส่วนซัพพลายของโครงการที่เปิดใหม่ในครึ่งปีหลังนี้จะลดลง 28.0% ส่วนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่คาดว่าจะลดลง 2.3% ส่งผลให้ทั้งปี 2562 จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 10.2% และมูลค่าลดลง 7.1% ขณะที่โครงการเปิดขายใหม่ลดลง 12.7% ส่วนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่จะลดลง 9.1%

นายวิชัยกล่าวว่าสำหรับสต็อกหรือที่อยู่อาศัยเหลือขายจะอยู่ที่ 154,367 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 88,727 ยูนิต อาคารชุด 65,639 ยูนิต แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ อาคารชุดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ยังขายไม่ได้ซึ่งพบว่ามีอยู่ที่ 17,280 ยูนิต เพราะต้องสร้างให้เสร็จแม้ว่าจะยังขายไม่ได้ก็ตามส่งผลให้ผู้ประกอบต้องแบกรับภาระจนกว่าจะขายหมด

Advertisement