เอ็มจี เอชเอส ‘เอสยูวี’อัพเกรด

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แนะนำ เอ็มจี เอชเอส (MG HS) รถยนต์เอสยูวีรุ่นล่าสุด

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กว่า 5 ปีที่ผ่านมา เอ็มจีแนะนำผลิตภัณฑ์มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาเติมเต็มในเซ็กเมนต์ (Segment) ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น สำหรับตลาดรถยนต์เอสยูวี เอ็มจีเริ่มทำตลาดรถยนต์ครั้งแรก โดยส่ง MG GS เข้ามาทำตลาดเมื่อ 3 ปีก่อน และต่อเนื่องด้วย MG ZS ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี การแนะนำ MG HS จะเป็นอีกก้าวสำคัญของเอ็มจีและตลาดรถยนต์เอสยูวีในประเทศไทยอีกครั้ง

“เอ็มจี เอชเอส ดีไซน์สวยงามโดดเด่น ความสะดวกสบายแบบรถซีดานหรู แต่ประโยชน์ใช้สอยมากกว่า ติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ ไอ-สมาร์ท (i-SMART) และระบบความปลอดภัยที่ครบครันขึ้น มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่นสูงสุด คือ รุ่น X พร้อมสีตัวถัง 4 สี ได้แก่ สีแดง สคาร์เลต เรด (Scarlet Red) สีขาว อาร์คติก ไวท์ (Arctic White) สีดำ แบล็ก ไนท์ (Black Knight) และ สีเงิน ซิลเวอร์ เมทัลลิก (Silver Metallic) จะทยอยส่งมอบรถให้กับโชว์รูมเอ็มจี 110 แห่งทั่วประเทศ และจะทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

MG HS ออกแบบเน้นความหรูหรากับความสปอร์ต เส้นสายตัวถังแบบ บริทิช โชลเดอร์ ไลน์ (British Shoulder Line) เน้นความโค้งมนของตัวรถกระจังหน้าดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG ไฟหน้าแบบ แอลอีดี โปรเจ็กเตอร์ (LED Projector) พร้อมไฟส่องสว่าง สำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) และไฟท้ายแบบ สเปซ ไลท์ ฟีลด์ (Space Light Field) มาพร้อมไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลัง แสดงผลไล่ระดับแบบซีเควนเชียล (Sequential) เพิ่มความหรูหราขึ้น พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น D และ X และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น C

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้โค้งมนโอบรับสรีระ เล่นระดับมีสไตล์และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ครอบคลุมทั้งบริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ บัคเกต ซีท (Bucket Seat) ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ อัลแคนทารา (Alcantara) เฉพาะรุ่น X เบาะหลังปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และที่วางแขนขนาดใหญ่

ไฟในห้องโดยสารแบบ อินเตอร์แอ๊กทีฟ แอมเบียนต์ ไลท์ (Interactive Ambient Light) แสงต้อนรับเมื่อเปิดประตู ปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้ถึง 64 เฉดสี ปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ พร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ อินเตอร์แอ๊กทีฟ มัลติ-ฟังก์ชั่น ดิสเพลย์ (Interactive Multi – Function Display) ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลักแบบ สมาร์ททัชสกรีน (Smart Touchscreen) ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ ดูอัล โซน (Dual Zone) และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมกุญแจระบบ สมาร์ท คีย์ (Smart Key) และปุ่ม พุช สตาร์ต (Push Start) ติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate)

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด กำลังสูงสุด 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม.ต่อ ชม. ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที รองรับน้ำมัน E85

รุ่น X มาพร้อมปุ่มปรับโหมดการขับขี่ปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด คือ โหมด นอร์มอล (Normal) สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด อีโค่ (Eco) เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด สปอร์ต (Sport) เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด คัสต้อม (Custom) เลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ มาพร้อมปุ่ม ซุปเปอร์ สปอร์ต (Super Sport) บนพวงมาลัย ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น เพิ่มอารมณ์การขับขี่เร้าใจยิ่งขึ้น

ช่วงล่างตามแบบ ยูโร จูนนิ่ง ซัสเพนชั่น (Euro Tuning Suspension) ขับขี่ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบ แม็กเฟอร์สัน สตรัท (MacPherson Strut) ด้านหลังแบบ มัลติ-ลิงก์ (Multi-link)

ติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ ไอ-สมาร์ท เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ท คอมมานด์ (Smart Command) ระบบสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย มีฟังก์ชั่น
การสั่งการหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการโทรออก สั่งการควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบเปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับ และระบบเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟ

รวมถึงค้นหาจุดที่น่าสนใจ (Point Of Interest) ผ่าน เนวิเกเตอร์ สามารถสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการผ่าน เอ็มจี โมบาย แอพพลิเคชั่น (MG Mobile Application) บนสมาร์ทโฟน สมาร์ท คอนเนคต์ (Smart Connect) สามารถค้นหาเพลงฮิต เพลงดังผ่าน ออนไลน์ มิวสิก และค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรม แสดงผลการจราจร รวมถึงอัพเดตข่าวสารในปัจจุบันบนหน้าจอในรถ และสมาร์ท เช็ก (Smart Check) ตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนการสั่งการล็อกหรือปลดล็อก ประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งรถ แจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ และช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ

ระบบความปลอดภัย มีโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป (Advanced Synchronized Protection System) มากถึง 25 ระบบ ประกอบด้วย

ระบบ ซิงโครไนซ์ โปรเทคชั่น ซิสเต็ม (Synchronized Protection System) ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ อาทิ ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP (Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) และมีอีก 4 ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ แอดวานซ์ ไดรฟ์เวอร์ แอสสีสแทนซ์ ซิสเทม (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS) มากถึง 7 ระบบประกอบด้วย ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

นอกจากนี้ ยังเสริมความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด และเพิ่มมุมมองที่ชัดเจนขึ้นด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor)

ให้ส่วนลดเงินสดหรือวงเงินใช้สำหรับซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่งของเอ็มจี มูลค่า 34,000 บาท การรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กม.

ราคา รุ่น C 919,000 บาท รุ่น D 1,019,000 บาท และรุ่น X 1,119,000 บาท เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่โชว์รูมรถยนต์เอ็มจีทั่วประเทศแล้ว และจะทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

บทความก่อนหน้านี้“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช.รื้อโครงการกำจัดขยะ กทม. 1.3 หมื่นล้านส่อเอื้อประโยชน์นายทุน
บทความถัดไป5โครงสร้างพื้นฐานไม่คลอด ‘อีอีซี’ สะดุดความหวังกระตุ้น ศก.ริบหรี่ จับตา รบ.ตู่เคลียร์ปัญหาฟื้นเชื่อมั่น