กบน.เคาะปรับโครงสร้างเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯตามมติกพช.เพื่อปูทางให้ดีเซลบี 10เป็นน้ำมันพื้นฐานส่งผลให้ราคาขายปลีกบี 7 ไม่เปลี่ยนแปลง บี10ลดลง 1บาทต่อลิตรและบี 20 ปรับขึ้น 2 บาทต่อลิตรมีผล 1 ต.ค.เป็นต้นไปส่งผลให้บี7 สูงกว่าบี 10 ถึง 2 บาทต่อลิตรและแพงกว่าบี 20 ถึง 3 บาทต่อลิตร
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) เปิดเผยว่า กบน.ได้มีมติปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในกลุ่มดีเซลหมุนเร็วซึ่งจะมีผลให้ราคาขายปลีกของกลุ่มดีเซลบี 7 คงเดิมที่ 25.99 บาทต่อลิตร ดีเซลบี10 ลดลง 1 บาทต่อลิตรอยู่ที่ 23.99 บาทต่อลิตรและดีเซลบี 20 เพิ่มขึ้น 2 บาทต่อลิตรอยู่ที่ 22.99 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ทั้งนี้การปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่จะส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ)ด้วยการขยายส่วนต่างราคาบี 7 สูงกว่าบี 10 จำนวน 2 บาท/ลิตรและสูงกว่าดีเซลบี 20 จำนวน 3 บาทต่อลิตรเพื่อรองรับการกำหนดให้ดีเซลบี 10 เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศที่จะมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 และบี 7 และบี 20 เป็นน้ำมันทางเลือก
“การปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯเป็นไปตามมติกพช. อย่างไรก็ตามราคาขายปลีกในส่วนของกลุ่มเบนซินหากพิจารณาจากค่าการตลาดน้ำมันแล้วที่เฉลี่ย2.50-3 บาทต่อลิตรมีแนวโน้มที่ผู้ค้าน้ำมันจะปรับราคาขายปลีกลดลง”นายวีระพลกล่าว
นายวีระพลกล่าวว่า โครงสร้างการเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บเงินกองทุนฯใหม่เป็นดังนี้ ดีเซลบี 7 เดิมกองทุนฯอุดหนุน 10 สตางค์ต่อลิตรเป็นจัดเก็บ 5 สตางค์ต่อลิตร ดีเซลบี10เดิมอุดหนุน95 สตางค์ต่อลิตร อุดหนุนเป็น 1.80 บาทต่อลิตร และดีเซลบี 20 เดิมอุดหนุน 4.80 บาทต่อลิตรเป็นอุดหนุนลงเหลือ 2.55 บาท/ลิตร โดยหลังจากมีการปรับโครงสร้างราคาให้มีความต่างกันเพื่อส่งเสริมการใช้บี 10 แนวโน้มการใช้บี 7 ที่มีอยู่ 54 ล้านลิตรต่อวันจะลดลง บี 20 การใช้ปัจจุบันอยู่ที่ 6.71 ล้านลิตรต่อวันก็จะมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ขณะที่บี 10 ขณะนี้การใช้อยู่ที่ 1.3 หมื่นลิตรต่อวันคาดว่าจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นซึ่งจะมีการติดตามใกล้ชิด อย่างไรก็ตามจากการปรับเงินครั้งนี้ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบน้อยลงจากเดิมเงินไหลออก 813 ล้านบาทต่อเดือนเป็นไหลออก 392ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อรวมกับก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี)ที่มีการส่งเงินเข้ากองทุนฯ 186 ล้านบาทต่อเดือนจะทำให้กองทุนน้ำมันฯมีเงินไหลออกเหลือเพียง 206 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันฯสุทธิอยู่ที่ 3.87 หมื่นล้านบาท
รายงานข่าวจาก บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ โออาร์ กล่าวว่า ได้ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลดลง 0.40 บาทต่อลิตร เว้น อี85 ลดลง 0.20 บาทต่อลิตร และดีเซล บี10 ปรับลดลง 1.00 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล บี20 ปรับขึ้น 2.00 บาทต่อลิตร ส่วน ดีเซล ดีเซลพรีเมี่ยม คงเดิม มีผล 1 ตุลาคม 2562 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

