นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วง 8 วันแรก มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ ชิมช้อปใช้ เต็มตามโควตา 1 ล้านรายทุกวันรวม 8 ล้านรายจากยอดกำหนดไว้ 10 ล้านราย อย่างไรก็ตามพบว่ามีผู้ที่ไม่สำเร็จตามเงื่อนไขลงทะเบียนวันละประมาณ 2 แสนราย ซึ่งกระทรวงการคลังนำโควตาดังกล่าวมาเปิดให้ลงทะเบียนจนกว่าจะครบจำนวน 10 ล้านราย
นายลวรณกล่าวว่า ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จระบบจะใช้เวลาตรวจสอบ 3 วันทำการ และเมื่อได้รับSMS แจ้งสิทธิ์และยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้วจะสามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันถัดไป ซึ่งการยืนยันตัวตนนั้นเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้อื่นใช้สิทธิ์ของท่าน หากสแกนใบหน้า 3 ครั้งแล้วยังไม่สามารถใช้งานได้ สามารถไปยืนยันตัวตนที่สาขาของธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้การใช้งานแอปพลิเคชัน ถุงเงิน และ เป๋าตัง ขอให้เปิด location ทุกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีการไปใช้สิทธิ์ในจังหวัดที่เลือกจริง
นายลวรณกล่าวว่า สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 23- 26 กันยายน 2562 มีผู้ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ 3.11 ล้าน ในจำนวนดังกล่าวมีการโหลดแอปพลิเคชั่นเป๋าตังมาแล้ว 2.5 ล้านราย สามารถลงทะเบียนใช้แอปพลิเคชั่นสำเร็จ 1.9 ล้านราย หรือคิดเป็นกว่า 60% ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์ส่วนใหญ่ยืนยันแอปฯ สำเร็จจากมือถือ มีจำนวนต้องไปยืนยันตัวตนที่สาขาของธนาคารประมาณ 1 แสนรายเท่านั้น
นายลวรณกล่าวว่า ทั้งนี้พบว่าผู้ที่ได้รับสิทธิ์เริ่มใช้จ่ายวันแรกวันที่ 27 – 29 กันยายน 2562 รวม 3 วัน มีผู้เริ่มไปใช้สิทธิ์แล้ว 3.7 แสนราย มียอดการใช้จ่ายประมาณ 294 ล้านบาท จากยอดเงินพร้อมใช้จ่าย 1,900 ล้านบาท โดยมีพบว่ามียอดการใช้จ่ายเพิ่มในกระเป๋าที่ 2 เพื่อรับสิทธิ์คืนเงิน 15% ไปแล้ว 5 ล้านบาท โดยยอดใช้จ่ายดังกล่าวไม่ถือว่าน้อย เพราะมีเวลาในการใช้จ่ายถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 สำหรับรายละเอียดการใช้จ่ายนั้นพบว่ากว่า 50% ของการใช้จ่าย หรือประมาณ 148 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายที่ร้าน ช้อปซึ่งเป็นร้านในกลุ่มโอท็อป ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ รองลงมา คือร้าน ชิมหรือร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่มียอดใช้จ่ายประมาณ 60 ล้านบาท สำหรับร้าน ใช้ เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ เป็นต้น มียอดใช้จ่ายประมาณ 7 ล้านบาทส่วนร้านค้าทั่วไปหรือห้างขนาดใหญ่ และโมเดิร์นเทรด มียอดใช้จ่ายประมาณ 79 ล้านบาท
“จากตัวเลขดังกล่าวเห็นว่าการใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่อยู่ในร้านค้าขนาดเล็ก ไม่ใช่ร้านค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากกระทรวงการคลังจำกัดร้านค้านขนาดใหญ่จะมาร่วมโครงการจะได้รับจุดชำระเงินเพียง 20 จุดต่อ1จังหวัด และจากจำนวนร้านค้ากว่า 1.5 แสนราย เป็นมีร้านค้าขนาดใหญ่เพียง 50 รายเท่านั้น และร้านค้าขนาดใหญ่สามารถเลือกจุดชำระเพียงจังหวัดเดียว ดังนั้นเมื่อร้านค้าขนาดใหญ่ที่ได้รับเครื่องชำระเงินไป ควรต้องบริหารจัดการไม่ให้เกิดปัญหาจุดชำระเงินไม่พอ ยืนยันว่าระบบการชำระเงินของชิมช้อปใช้ไม่เคยเกิดปัญหาล่ม”นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวว่า กรณีโลตัสนั้นต้องไปบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก รวมถึงร้านชาบู มากิชิ ในจังหวัดยะลา เกิดความเข้าใจผิดว่าเงินไม่เข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยในพื้นที่ไปทำความเข้าใจแล้ว และเงินเข้าบัญชีทางร้านไปเรียบร้อยแล้ว และหากทางร้านจะยกเลิกเข้าร่วมโครงการเป็นสิทธิของทางร้านค้า ทั้งนี้ธนาคารกรุงไทยรายงานว่ามีการตัดสิทธิ์ร้านค้าที่ไม่ทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น รับแลกเงินสด ขายล็อตเตอรี่ ไปแล้ว 350 แห่ง โดยร้านค้าที่ไปโฆษณาว่าให้ส่งคิวอาร์โค้ดมาแลกเงินนั้น การดำเนินการจริงคงเป็นไปได้ยาก เพราะผู้ได้รับสิทธิ์ต้องเปิดโลเคชั่นขณะใช้จ่ายด้วย เพื่อดูว่าเดินทางไปจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้จริงหรือไม่
นายลวรณ กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อยากให้เปิดเฟส 2 ชิมช้อปใช้ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับนโยบาย แต่ที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ 10 ล้านคน เนื่องจากประเมินว่ากลุ่มคนที่มีกำลังในการใช้จ่ายท่องเที่ยวจะมีประมาณ 10 ล้านคน โดยขอรอดูนโยบายจากทางรัฐบาลอีกครั้งว่าจะสั่งการมาอย่างไร
รางานข่าวจากกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้จำนวน 76,961ร้านค้าโดยกรมบัญชีกลางและสำนักงานคลังจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศยังคงตั้งจุดรับสมัครต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคมในวันและเวลาราชการ ซึ่งคาดว่าหลังจากปิดรับสมัครจะมีร้านค้าเข้าร่วมมาตรการไม่น้อยกว่า 80,000 ร้านค้า
ทั้งนี้ ในการจ่ายเงินให้ร้านค้านั้นกระเป๋าสิทธิชิมช้อปใช้1,000 บาท(G-Wallet1) จะตัดยอดในเวลาเที่ยงคืนโดย ธนาคารกรุงไทยจะทำการตรวจสอบความถูกต้องและประมวลผล และกรมบัญชีกลางจะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีของร้านค้า ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ของวันทำการถัดไปแต่ไม่เกินเวลา 21.00 น. กรณีที่เป็นวันหยุดทำการ (เสาร์-อาทิตย์) จะดำเนินการโอนเงินให้ร้านค้าในวันทำการแรกถัดไปเช่น ร้านค้าที่รับเงินจาก App เป๋าตัง ในวันศุกร์ที่ 27 กันยายน (ซึ่งเป็นวันแรกที่เริ่มจ่ายเงินร้านค้าตามมาตรการ) จะได้รับเงินในวันจันทร์ที่ 30 กันยายน 62 ซึ่งรวมกับยอดรายการขายของวันเสาร์ที่ 28 และวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน ด้วย
ส่วนกระเป๋า G-Wallet 2 จะตัดยอดในเวลา 23.30 น.โดย ธ.กรุงไทยจะทำการประมวลผลและทยอยโอนเงินเข้าบัญชีของร้านค้าตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนแต่ไม่เกินเวลา 05.00 น. ของวันถัดไป โดยไม่เว้นวันหยุดทำการ (เสาร์-อาทิตย์) ส่วนกรณีที่ร้านค้าต้องการตรวจสอบรายการแสดงการขายในแต่ละวันว่าถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ สามารถเรียกดูข้อมูลได้จาก App ถุงเงิน ดังนั้นจึงขอให้ผู้ประกอบการร้านค้ามั่นใจได้ว่าได้รับเงินจากการใช้สิทธิของประชาชนที่เข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้อย่างแน่นอน
นอกจากการตรวจสอบรายการแสดงการขายของร้านค้าแล้ว กรมบัญชีกลางและ ธนาคารกรุงไทย ยังได้ดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการของร้านค้าทุกร้านที่เข้าร่วมมาตรการด้วยหากพบว่ามีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์หรือส่อไปในลักษณะการทำผิดเงื่อนไขของมาตรการ จะดำเนินการระงับการจ่ายเงินไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อย หากร้านค้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้าและการใช้งาน App ถุงเงินติดต่อสอบถามธนาคารกรุงไทยโทร 02 111 1144 ตลอด 24 ชม.ทุกวัน

