หน้าแรก เศรษฐกิจ 8เดือนใช้เอ็น...

8เดือนใช้เอ็นจีวีลด เหตุรัฐขยับราคา-ดันบี20แย่งตลาด

4.10.19 | 21:32 น.

8เดือนใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มทุกกลุ่มยกเว้นเอ็นจีวีลด เหตุเจอ2เด้ง รัฐขยับราคา-ดันบี20แย่งตลาด บี10ขายทุกปั๊ม1มี.ค.63

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันในรอบ 8 เดือนของปี 2562 (มกราคม–สิงหาคม 2562) ว่า ยอดใช้เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยกลุ่มน้ำมันเบนซิน เพิ่มขึ้น 3.9% กลุ่มดีเซลหมุนเร็ว เพิ่มขึ้น 1.7% น้ำมัน อากาศยาน เพิ่มขึ้น 0.1% และก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) เพิ่มขึ้น 1.2% ในขณะที่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) ลดลง 11.1%

น.ส.นันธิกากล่าวว่า กลุ่มเบนซินยอดใช้ 32.12 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.9% เพิ่มขึ้นเกือบทุกชนิดยกเว้นน้ำมันเบนซิน อยู่ที่ 0.98 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราลดลง 12.5%และแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 9.60 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 5.0% เนื่องจากราคาแก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ใกล้เคียงกันโดยมีส่วนต่างเพียง 0.27 บาทต่อลิตร ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้น้ำมันชนิดที่มีค่าออกเทนสูงกว่า โดยแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 13.79 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 7.3% ขณะที่อี 20 เพิ่มขึ้นมากที่สุด 13.5% อยู่ที่ 6.46 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.97 บาทต่อลิตร จึงจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้เพิ่มขึ้น รองลงมาเป็นแก๊สโซฮอล์ อี85 อยู่ที่ 1.29 ล้านลิตรต่อวัน คิดเพิ่มขึ้น11.8%

น.ส.นันธิกากล่าวว่า กลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 64.92 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.7% โดยน้ำมันดีเซลบี7 ยอดใช้ลดลง 2.6% อยู่ที่ 62.13 ล้านลิตรต่อวัน บี10 อยู่ที่ 0.005 ล้านลิตรต่อวันหรือ 5,000 ลิตรต่อวัน เริ่มจำหน่ายพฤษภาคม2562 ขณะที่บี20 อยู่ที่ 2.78 ล้านลิตรต่อวัน เริ่มจำหน่ายกรกฎาคม 2561 โดยที่ผ่านมา บี10 และบี20 ภาครัฐใช้มาตรการกำหนดส่วนต่างราคาขายปลีกให้ถูกกว่าบี7 อยู่ที่ 1 และ 5 บาทต่อลิตร แต่ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ส่วนต่างจะอยู่ที่ 2 และ 3 บาทต่อลิตร ขณะที่การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ 19.30 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.1%

“ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณการจำหน่ายบี10 จากนั้นวันที่ 1 มกราคม 2563 ทุกคลังของผู้ค้าน้ำมันจะมีการผลิตบี10 และวันที่ 1 มีนาคม 2563 ทุกสถานีบริการจะมีบี10จำหน่าย ดังนั้นคาดว่าตัวเลขหลังจากนี้จะเพิ่มขึ้นแน่นอน”น.ส.นันทิกากล่าว

Advertisement

น.ส.นันธิกากล่าวว่า ด้านการใช้แอลพีจีอยู่ที่ 17.97 ล้านกิโลกรัม(กก.)ต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.2% สาเหตุมาจากภาคปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 12.1% อยู่ที่ 7.50 ล้านกก.ต่อวัน ขณะที่ภาคครัวเรือนลดลง 2.3% อยู่ที่ 5.79 ล้านกก.ต่อวัน ภาคอุตสาหกรรม ลดลง 3.4%อยู่ที่ 1.81 ล้านกก.ต่อวัน ภาคขนส่งลดลงมากที่สุด 12.0% อยู่ที่ 2.87 ล้านกก.ต่อวัน ขณะที่เอ็นจีวี อยู่ที่ 5.55 ล้านกก./วัน ลดลง 11.1% เนื่องจากมีการปรับราคาเอ็นจีวีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการใช้บี20 ส้าหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนและรถบรรทุกสินค้าใช้บี20 แทนเอ็นจีวี ส่งผลให้สถานีบริการเอ็นจีวีนอกแนวท่อทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

น.ส.นันธิกากล่าวว่า นอกจากนี้การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงมีปริมาณลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นำเข้าน้้ามันดิบ 916 พันบาร์เรลต่อวัน ลดลง 5.0% มูลค่าการนำเข้าคิดเป็น 59,648 ล้านบาทต่อเดือน น้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณนำเข้า 80 พันบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 23.1% มูลค่า 5,270 ล้านบาทต่อเดือน โดยการนำเข้าดังกล่าวพบว่า เบนซิน ดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา และน้ำมันอากาศยานเพิ่มมากขึ้น แต่นำเข้าแอลพีจีลดลง เนื่องจากในช่วงดังกล่าวมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและหยุดผลิตฉุกเฉินทำให้ต้องลดปริมาณนำเข้ามันดิบเข้ากลั่น ขณะเดียวกันก็ต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อไม่ให้กระทบต่อความต้องการใช้ในประเทศ ขณะที่การส่งออกนำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 166 พันบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 18.6% มูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ย 11,283 ล้านบาทต่อเดือน