หน้าแรก เศรษฐกิจ ธ.ก.ส.เผยแนวโ...

ธ.ก.ส.เผยแนวโน้มสินค้าเกษตร ต.ค. ข้าวเปลือก น้ำตาลทรายดิบ ปาล์มน้ำมัน ราคาพุ่ง

4.10.19 | 16:41 น.

นายสมเกียรติ  กิมาวหาผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(...) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนตุลาคม2562 ที่จัดทำโดยศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม... คาดการณ์ว่าราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นได้แก่ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น15% ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ1.25-4.44 อยู่ที่7,935-8,185 บาท/ตันเนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์ประสบปัญหาข้าวขาดตลาดทำให้ข้าวภายในประเทศมีราคาสูงมากจึงได้ประกาศยกเลิกการจำกัดปริมาณการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ส่งออกข้าวไทยที่จะส่งข้าวไปขายเพิ่มขึ้นข้าวเปลือกหอมมะลิราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ1.37-2.63 อยู่ที่16,832-17,041 บาท/ตันเนื่องจากปัญหาอุทกภัยในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญโดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง

ส่วนน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์กราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ2.50-5.70 อยู่ที่11.36-11.72 เซนต์/ปอนด์(7.69-7.93 บาท/กก.) เนื่องจากการปรับลดประมาณการผลผลิตน้ำตาลของบราซิลในปี2562/63 ทางภาคกลางและใต้ลดลงคงเหลือ25.7 ล้านตันจากคาดการณ์เดิม27.8 ล้านตัน(JOB Economia et Planejamento, กันยายน2562) และได้ปรับเพิ่มผลผลิตเอทานอลเป็น30.7 พันล้านลิตรจากเดิมที่คาดการณ์ไว้28.5 พันล้านลิตรส่งผลให้เกิดการเข้าซื้อน้ำตาลคืนจากตลาดของกลุ่มกองทุนและนักเก็งกำไร

สำหรับปาล์มน้ำมันราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ0.38 – 1.94 อยู่ที่2.58 – 2.63 บาท/กก. เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลในการเร่งรับซื้อน้ำมันปาล์มเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าจะเป็นการช่วยลดปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มลงและเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทิศทางราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น

ด้านสินค้าเกษตรที่จะมีราคาลดลงได้แก่ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาวราคาลดลงจากเดือนก่อน  ร้อยละ1.63-4.99 อยู่ที่13,529-14,009 บาท/ตันเนื่องจากผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดและมีการนำเข้าข้าวเหนียวบริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน14.5% ราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ1.00-1.50 อยู่ที่7.36-7.40 บาท/กก. เนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น1 ยังมีอย่างต่อเนื่องทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้นประกอบกับสภาพอากาศที่ความชื้นสูงส่งผลให้คุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง

ส่วนยางพาราแผ่นดิบราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ0.60 – 2.39 อยู่ที่37.15 – 37.83 บาท/กก. เนื่องจากคาดว่าปริมาณผลผลิตในเดือนตุลาคมจะออกสู่ตลาดมากขึ้นซึ่งเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการกรีดยางพาราประกอบกับสถานการณ์เงินบาทยังคงแข็งค่าและเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ความต้องการใช้ยางพาราลดลงอย่างไรก็ตามมาตรการประกันรายได้ชาวสวนยางพาราและมาตรการอื่นของรัฐบาลอาทิการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

Advertisement

สำหรับมันสำปะหลังราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ0.61 – 4.32 อยู่ที่1.61 -1.55 บาท/กก. เนื่องจากปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังทยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่องขณะที่คุณภาพมันสำปะหลังลดลงจากปัญหาอุทกภัยและโรคใบด่าง

ส่วนสุกรลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ3.22 – 4.46 อยู่ที่63.25 – 64.07 บาท/กก. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(ASF) ทำให้ประชาชนไม่กล้าบริโภคเนื้อสุกรประกอบกับเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง

ด้านกุ้งขาวแวนนาไมราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ0.62 – 3.03 อยู่ที่120.50 – 123.50 บาท/กก. เนื่องจากสถานการณ์เงินบาทยังคงแข็งค่าเป็นแรงกดดันให้การส่งออกกุ้งไทยลดลงและเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจส่งผลให้ความต้องการบริโภคกุ้งในประเทศลดลงขณะที่ปริมาณกุ้งออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น