วันที่ 6 ตุลาคม นายสมจิตร งุ่ยไก่ ที่ปรึกษาสหกรณ์ชาวสวนยางประจวบคีรีขันธ์ ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ราคายางแผ่นเหลือกิโลกรัม (กก.) ละ 35.90 บาท และคาดว่าราคาจะลดลงอย่างต่อเนื่องจากข้ออ้างวันหยุดเนื่องในวันชาติจีน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาจะลดลงไม่มาก แต่ปีนี้ราคาร่วงผิดปกติเหลือตามวาทกรรม 3 โล 100 บาทของจริง จากการจับมือฮั้วของผู้ค้ารายใหญ่ ขณะที่สหกรณ์ฯนำยางแผ่นไปส่งที่โรงงานในจังหวัดชุมพรพบว่าสต๊อกของโรงงานก็มีไม่มาก ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะมีนโยบายประกันรายได้ เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยางรายละไม่เกิน 25 ไร่ ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เชื่อว่าไม่ได้ทำให้ราคามีเสถียรภาพในระยะยาว และอาจทำผู้ค้ารายใหญ่มีกำไรเพิ่มขึ้นจากการชดเชยส่วนต่าง
นายศิวะ ศรีชาย ที่ปรึกษาประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลมีนโยบายจ่ายชดเชยราคายางเพียง 120 กก.ต่อไร่ ระยะเวลา 6 เดือน รายละไม่เกิน 25 ไร่ น่าสนใจว่าในอนาคตยางส่วนเกินจากพื้นที่เข้าร่วมโครงการรับเงินชดเชยจากรัฐบาลซึ่งเป็นยางส่วนใหญ่ ราคาจะไปทิศทางใด ชาวสวนจะฝ่าวิกฤตราคายางโดยรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยแทนพ่อค้าซื้อยางไปได้อย่างไร ขณะนี้มีประเด็นให้ตั้งข้อสังเกตจากนโยบายประกันรายได้ โดยการชดเชยราคาส่วนต่างของรัฐบาลที่กำหนดราคายางและจ่ายเงินชดเชยทั้งราคายางแผ่นดิบคุณภาพ กก.ละ 60 บาท ราคาน้ำยางสด ดีอาร์ซี 100% กก.ละ 57 บาท และราคายางก้อนถ้วย ดีอาร์ซี 50% กก.ละ 23 บาท
“ประเด็นแรกมีปัญหาการกำหนดค่า ดีอาร์ซี และราคายางก้อนถ้วย ทำให้ชาวสวนยางในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก มีความกังวลเพราะมีการผลิตยางก้อนถ้วยเป็นส่วนใหญ่ เลขานุการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยบอกว่า รู้สึกอึดอัดและผิดหวังเป็นอย่างมากในการร่วมประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือ ปชป.) และผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งที่พยายามเสนอหารือเพื่อขอให้มีการทบทวนต่อที่ประชุม แต่ไม่ได้รับความสนใจ” นายศิวะกล่าว
ที่ปรึกษาประธานเครือข่ายฯ กล่าวว่า เนื่องจากปัญหารับประกันรายได้ยางก้อนถ้วย หากจะกำหนดค่าดีอาร์ซี 50% ราคา 23 บาทต่อกก. ก็ต้องกำหนดน้ำหนักต่อไร่ต่อวันเท่ากับ 4 กก.ต่อไร่ต่อวัน จึงจะถูกต้อง หรือวิธีการที่ง่ายที่สุด เป็นธรรมที่สุดก็คิดราคาเดียว ประเภทเดียว คือราคายางแห้ง เท่ากับ 60 บาทต่อ กก. หรือ 2 กก.ต่อไร่ต่อวัน แต่เหตุใดจึงมีการคิดคำนวณวันกรีดแค่เดือนละ 10 วัน หรือปีละแค่ 240 กก. ประเด็นปัญหาต่อมาการกำหนดปริมาณแค่ 240 กก.ต่อไร่ต่อปี หรือแค่ 20 กก.ต่อไร่ต่อเดือน มีการคำนวณราคากลางเฉลี่ยย้อนหลังไป 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-ตุลาคม 2562 เป็นการคิดแบบไม่มีหลักการและขาดเหตุผล เพราะเป็นการนำราคายางในช่วงที่ราคาสูง เป็นหลักเกณฑ์จ่ายเงินชดเชยในช่วงที่ราคาต่ำซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ดังนั้น การจ่ายเงินงวดแรกวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2562 ควรใช้ค่าเฉลี่ยราคาในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2562 เพียง 2 เดือน ก็น่าจะเพียงพอ ขณะที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีผลงานโครงการวิจัยเรื่องต้นทุนการผลิตยางที่ดำเนินการแล้ว ควรจะนำมาพิจารณาประกอบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะสะท้อนความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด
นายสุนทร รักษ์รงค์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) กล่าวว่า เกือบ 10 ปีที่ต่อสู้เพื่อชาวสวนยาง มีการเคลื่อนไหว ยื่นหนังสือ สัมมนาวิชาการ ทำวิจัย ประกาศเขตภัยพิบัติราคายางตกต่ำ ชุมนุมประท้วง ปิดถนน ทุกครั้งที่โดนคดีต้องดูแลตัวเอง แต่ราคายางไม่ดีขึ้น ทำได้ดีที่สุดแค่ให้รัฐบาลช่วยเหลือ ด้วยการชดเชยปัจจัยการผลิต โดยวิธีโอนเงินเข้าบัญชีชาวสวนยางโดยตรง เพื่อป้องกันการทุจริต ล่าสุดตนมีส่วนในการทำนโยบายประกันรายได้ชาวสวนยางของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนของชาวสวนยาง ที่ขายยางขาดทุนกว่า 5 ปี
“วันนี้ยังมีเสียงบ่นไม่พอใจ ทั้งที่พยายามทำให้ฝนตกทั่วฟ้า เพื่อให้ชาวสวนยางทุกคนได้รับอานิสงส์ทั้งบัตรเขียวและบัตรชมพู แต่หลายคนไม่ยอมเข้าใจ เอาแต่ใจตัวเอง เรียกร้องและยืนในมุมของตัวเอง โดยไม่คิดเสียสละเผื่อแผ่ให้ชาวสวนยางชายขอบ ทั้งที่จ่าย cess (เงินสงเคราะห์) เหมือนกัน บางคนตำหนิว่าทำไมไม่ทำนโยบายการแก้ปัญหายางพาราแบบยั่งยืน ทั้งที่มีแนวทางเพิ่มการใช้ยางในประเทศ การแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า การทำสังคมสวัสดิการให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง รวมทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สวนยางยั่งยืน เพื่อยกเลิกการใช้สารเคมี” นายสุนทรกล่าว

