ปตท.ลั่นพร้อมเป็นผู้นำระบบกักเก็บพลังงาน ยอมรับผลิตปุ๋ยสั่งตัดโจทย์ยาก
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. โดยสถาบันวิทยสิริเมธี ร่วมกับกระทรวงพลังงานกำลังศึกษาระบบกักเก็บพลังงาน คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต โดยเฉพาะรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากเห็นถึงโอกาสในการเป็นผู้นำพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานที่ยังมีแนวโน้มความต้องการสูงขึ้นในระยะข้างหน้า แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ผลิตพัฒนามากนัก
นายชาญศิลป์กล่าวว่า สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ในไทย คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนใน3-5ปีข้างหน้าเช่นกัน เพราะต้องขึ้นกับนโยบายรัฐ ส่วนตัวมองแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้เวลาพัฒนาอาจเห็นการขยายตัวในอีก 15-20 ปีข้างหน้า เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันไม่ได้อยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจโลกไม่ได้เติบโตรวดเร็ว และจากการศึกษารูปแบบอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศพบว่าจะพัฒนาไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าก่อนจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอร์รี่เต็มรูปแบบ ดังนั้นปตท.ก็ยังคงให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) เป็นหลัก ควบคู่กับติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมบางปั๊มในพื้นที่นำร่องเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่จำเป็นต้องมีระบบชาร์จทุกปั๊ม
นายชาญศิลป์กล่าวว่า ล่าสุดปตท.ร่วมกับ WM Motors ผู้ผลิตรถไฟฟ้ายี่ห้อ Weltmeister ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพของประเทศจีน ศึกษาวิจัยและออกแบบระบบเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้านำร่องใช้ในองค์กรก่อน เป็นการต่อยอดธุรกิจด้านแบตเตอรี่และผลิตภัณฑ์พลาสติกของกลุ่ม ปตท. เป็นต้นแบบทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านพลังงานในอนาคต
นายชาญศิลป์กล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษาแนวทางการผลิตปุ๋ยสั่งตัดเพื่อช่วยเหลือต้นทุนให้กับเกษตรกร
ตามนโยบายรัฐบาลว่า ถือเป็นเรื่องใหม่จึงอยู่ระหว่างการศึกษา เพราะต้องยอมรับว่าภาคเกษตรกรรมของไทยเป็นภาคที่กว้างใหญ่มาก มีหลายรูปแบบ หลากหลายพื้นที่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้ง ดิน น้ำ ภูมิอากาศ ชนิดพืชที่ปลูกในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน จะดำเนินการอย่างไรต้องดูรูปแบบให้รอบคอบ ที่สำคัญคือผลิตแล้ววางจำหน่ายที่ปั๊มปตท.แล้วจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไปอย่างไร
“เรื่องขายไม่ยาก กระตุ้นให้ใช้วิธีการใหม่ๆ มาดำเนินการสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง แต่ที่ต้องคิดเยอะคือ ทำอย่างไรให้เกษตรกรซื้อไปใช้ปลูกจริง ลดต้นทุนจริง ขายได้จริง อยู่รอดได้ และขยายไปทั่วประเทศ การตลาดจะทำอย่างไรต้องศึกษารอบคอบเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรนำไปดำเนินการได้”นายชาญศิลป์กล่าว

