พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 7 ตุลาคม 2562 เป็นวันครบรอบ 8 ปี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยปัจจุบันมีคณะกรรมการ กสทช. เหลืออยู่จำนวน 6 คน ดำเนินการตามภารกิจในการจัดสรรและบริหารคลื่นความถี่ กำกับดูแลกิจการดาวเทียม สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม คุ้มครองผู้บริโภคให้ได้ใช้บริการที่มีมาตรฐานในราคาที่เป็นธรรม เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านกิจการโทรคมนาคม เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี รวมทั้งผลักดันให้เกิด 5G เพื่อรองรับการพัฒนาการสื่อสารในระบบดิจิทัล รองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0
พลเอกสุกิจ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา กสทช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย บริหารคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรของประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย กสทช. ได้เริ่มจัดประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือการประมูล 3G ซึ่งถือเป็นการประมูลคลื่นความถี่ครั้งแรกของประเทศไทย ในปี 2555 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการประกอบกิจการโทรคมนาคมจากระบบสัญญาสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาต และมีการจัดประมูลคลื่นความถี่เรื่อยมาจนล่าสุดในปี 2562 ได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ สร้างรายได้เข้ารัฐรวมทั้งสิ้น 390,193 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
“กสทช. ได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อการทดลองทดสอบ 5G พร้อมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำให้มีการทดลองเทคโนโลยี 5G ในประเทศไทย และจะร่วมมือทดลองทดสอบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมที่จะเป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยี 5G ที่สำคัญ ขณะเดียวกันได้มีการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบอนาล็อกไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัลของประเทศไทย ให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการรับชมโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้น แจกคูปองทีวีดิจิทัลเพื่อให้ผู้ชมได้มีอุปกรณ์ในการรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล รวมถึงแก้ปัญหาให้กับโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ขณะนี้ พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำเรตติ้งเพื่อพัฒนาคุณภาพรายการ รวมถึงการจัดลำดับความนิยมของผู้ชมรายการโทรทัศน์อย่างเป็นธรรม” พลเอกสุกิจ กล่าว

พลเอกสุกิจ กล่าวว่า ส่วนของการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการการตั้งศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมายขึ้น เพื่อตรวจสอบเนื้อหาที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และได้ดูแลในส่วนของรายการที่มีปัญหาเรื่องความเหมาะสมของรายการ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ รับเรื่องร้องเรียนเนื้อหารายการที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งศูนย์ปราบการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ ในด้านกิจการโทรคมนาคมมีการดูแลตรวจสอบคุณภาพสัญญาณให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ กำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เป็นธรรม รวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีที่เกิดปัญหา เช่น โทรศัพท์ระเบิด บิลช็อก เป็นต้น
นอกจากนี้ กรณีเกิดภัยพิบัติ สำนักงาน กสทช. ประสานงานผู้ประกอบการทุกราย ให้ตรวจสอบและดูแลคุณภาพสัญญาณโทรคมนาคม และเร่งซ่อมแซมสถานีฐาน รวมถึงอุปกรณ์ที่อาจได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างไม่ขาดช่วง หน่วยงานต่างๆ สามารถติดต่อสื่อสารเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ในส่วนของศูนย์สายลม สำนักงาน กสทช. เป็นแม่ข่ายวิทยุสื่อสาร วิทยุสมัครเล่นทั่วประเทศ เพื่อการสื่อสารในทุกสภาวะ
“ในอนาคต กสทช. จะดำเนินการสานต่อภารกิจเพื่อให้บรรลุผลของการจัดตั้งองค์กรอิสระ นั่นคือการปฏิบัติตามเจตจำนงของกฎหมายในการจัดตั้งองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ กับกำดูแลกิจการดาวเทียม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ ประเทศชาติ ประชาชน ทั้งในส่วนกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้ใช้บริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่เป็นธรรม” พลเอกสุกิจ กล่าว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เนื่องในวันครบรอบ 8 ปี กสทช. นี้ ส่วนพิธีการ สำนักงาน กสทช. ได้จัดพิธีถวายราชสักการะและบวงสรวง พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระรูปจอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช และพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และสักการะศาลพระภูมิชัยมงคล โดยมี กสทช. 6 ท่าน และคณะผู้บริหารสำนักงาน กสทช. พร้อมด้วยพนักงาน ลูกจ้าง ร่วมประกอบพิธี
จากนั้นได้จัดบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายพระราชกุศลและพระกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช และพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และอุทิศกุศลแด่บรรพชนด้านวิทยุและการสื่อสารโทรคมนาคม โดยจะเสร็จพิธีการทั้งหมดจะเป็นไปอย่างเรียบง่าย





เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


