หม่อมหลวงทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยว่า เชื่อมั่นในหุ้นระดมทุน (ไอพีโอ) ของคอปเปอร์ ไวร์ด จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างดี โดยบริษัทฯจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 160 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 26.67% ของจำนวนหุ้นสำมัญที่ออกและเรียกชำระแล้ว ทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ สำหรับจำนวนหุ้นที่เสนอขาย จัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไปตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 56.31% นักลงทุนสถาบัน 35% ผู้มีอุปการคุณของบริษัท 5.50% กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 3.19%
“ราคาไอพีโอของคอปเปอร์ ไวร์ด ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีความน่าสนใจอย่างมาก ด้วยความเชี่ยวชาญของผู้บริหารในธุรกิจกว่า 19 ปี และศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ เป็นธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ และการที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคของไอโอที และ 5G เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ สนับสนุนให้สินค้าของคอปเปอร์ ไวร์ด ได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้น ทำให้เชื่อมั่นว่าคอปเปอร์ ไวร์ด จะเป็นหุ้นที่อยู่ในเทรนด์การเติบโต และได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยไม่กังวลภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวน เชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของคอปเปอร์ ไวร์ด รวมถึงก่อนหน้านี้ ผู้บริหารได้โรดโชว์เพื่อนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก”หม่อมหลวงทองมกุฎกล่าว
นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ชั้นนำ เปิดเผยถึง แผนการระดมทุนในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตให้กับบริษัทฯ โดยเตรียมนำเงินที่ได้จากการระดมทุน หลังหักค่าธรรมเนียมต่างๆ จำนวนประมาณ 360.24 ล้านบาท นำไปใช้ขยายสาขาร้านค้าปลีก 70 ล้านบาท การปรับปรุงสาขาร้านค้าปลีกปัจจุบัน 18 ล้านบาท นอกจากนี้ส่วนที่เหลือ จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 272.24 ล้านบาท ระยะเวลาที่ใช้เงินโดยประมาณ ในช่วงเดือน มกราคม – ธันวาคม 2563
นายปรเมศร์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ในช่วงต่อจากนี้ บริษัทฯจะเดินหน้ารุกตลาดสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์เต็มกำลัง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำที่มีสินค้าที่หลากหลายที่สุดในประเทศ ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง และมีธุรกิจค้าส่ง ผ่านบริษัท โคแอน จำกัด (KOAN) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย รวมทั้ง ช่องทางการจำหน่ายผ่านออนไลน์ เสริมผลประกอบการให้แข็งแกร่ง หวังตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ สินค้าเทคโนโลยีจะเข้ามาเข้ามาเติมเต็มและตอบโจทย์การใช้ชีวิต
นายปรเมศร์ โดยสัดส่วนสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของบริษัทฯในช่วงที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในงวดครึ่งปีแรกมีสัดส่วน 46.33% ของรายได้รวม สะท้อนกลยุทธ์ที่วางไว้ประสบความสำเร็จ และจะเติบโตรับโอกาสในอนาคต โดยบริษัทฯมีนโยบายขยายสาขาร้านค้าปลีกในปี 2563 จำนวน 6 สาขา ได้แก่ ร้าน ดอทไลฟ์ และร้าน Apple Brand Shop เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ รวมถึงใช้ปรับปรุงสาขาร้านค้าปลีกดอทไลฟ์ จำนวน 3 สาขา ให้มีความทันสมัยและมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


