หลังจากมีข้อถกเถียงกันมานานหลายปี เกี่ยวกับเรื่องการยกเลิก (แบน) สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ ไกลโฟเซต สุดท้ายถนนทุกสายก็มาบรรจบที่กรมวิชาการเกษตรอีกครั้ง ว่าจะมีการหาสารชนิดไหนมาทดแทน และจะออกมาให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการใช้สารอย่างไร
ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการระงับใบอนุญาตและไม่มีการต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าสาร ทั้ง 3 ชนิด ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2562 เพื่อมุ่งหน้าแบน 3 สารในอนาคต ขณะที่กระทรวงเกษตรฯในยุคปัจจุบันก็ตอบรับพร้อมแบนสารดังกล่าวให้หมดไปภายในปี 2562
กรณีนี้สื่อมวลชนพยายามสอบถามข้อมูลความเคลื่อนไหวการทำงานของกรมวิชาการเกษตรว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน การนำเข้าสารทั้ง 3 ชนิด ถูกระงับแล้วจริงไหม กลับไม่ได้คำตอบอะไรจากทางกรมเลย ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมออกมาประกาศจุดยืนว่ามีหน้าที่ให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ยืนยันว่าที่ผ่านมาทำหน้าที่ตามกฎหมาย และไม่ต่อต้านหากต้องยกเลิกการใช้ทั้ง 3 สารเคมีดังกล่าว
แม้กรมจะประกาศจุดยืนไม่คัดค้านการแบนสารทั้ง 3 ชนิด แต่บางกระแสทำให้ประชาชนส่วนมากตั้งข้อสังเกตจากกรณีที่ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้บุกไปขอข้อมูลการนำเข้าทั้ง 3 สาร แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือในการทำงาน ทำให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ประกาศชัดว่าได้รับมอบหมายคุมกรม แต่ถ้าคิดว่าไม่ฟัง ก็ไปเอาคนมาถอดตนออกไป ถ้ามีคนมาปลดตนออกไปเมื่อไหร่ ตนจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตรงนี้ แต่ตอนนี้ตนยังอยู่ตรงนี้อยู่ กรมก็ต้องเชื่อฟัง
เชื่อว่าขณะนี้หลายฝ่ายมีคำถามต่อกรมว่า ทำไมการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดถือเป็นเรื่องที่ต้องปกปิดเป็นความลับจนไม่สามารถชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบถึงข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆ ของการดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของกรมวิชาการเกษตรคืออะไร
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการวัตถุอันตรายต้องมีมติเพื่อตอบสังคมด้วยว่า สรุปจะแบนหรือไม่

