‘กุลิศ’ชี้ปมรื้อถอนแท่นเคลียร์จบก.ค.63 แย้มเจรจาเปิดทางเลือกเชฟรอน มั่นใจทางออกยอมรับร่วมกัน

7.10.19 | 19:06 น.

‘กุลิศ’ชี้ปมรื้อถอนแท่นเคลียร์จบก.ค.63 แย้มเจรจาเปิดทางเลือกเชฟรอน มั่นใจทางออกจ่ายเงินยอมรับร่วมกัน

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการปิโตรเลียม เปิดเผยถึงความความคืบหน้าการเจรจา ระหว่างกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กับ บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ของสหรัฐ กรณีข้อพิพาทเรื่องค่าใช้จ่ายรื้อถอนแท่นปิโตเลียมแหล่งเอราวัณในอ่าวไทย หลังเชฟรอนระงับการฟ้องร้องอนุญาโตตุลาการ ว่า ขณะนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำลังเร่งเจรจาด้านกฎหมายและแผนดำเนินการรื้อถอน กับเชฟรอน บริษัท โททาล และบริษัท โมเอโกะ ผู้ร่วมถือหุ้นในแหล่งเอราวัณ การดำเนินการจะไม่กระทบต่อการส่งมอบพื้นที่หลังหมดอายุสัมปทานในปี2565-2566 โดยการเจรจาหลังจากนี้คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 180 วัน หรือไม่เกินกลางเดือนมีนาคม 2563 ได้ข้อสรุป ภายหลังเชฟรอนส่งหนังสือไม่เห็นด้วยกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรณีส่งหนังสือถึงผู้ถือหุ้น แหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช วางหลักประกันการรื้อถอน ประมาณการใช้จ่ายรื้อถอน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 200 แท่น มูลค่าหลักแสนล้านบาท โดยเชฟรอนส่งหนังสือมาช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา จึงเริ่มเวลาเจรจาดังกล่าว

“2ฝ่ายจะมีเวลาหารือรายละเอียดที่เหมาะสม ยอมรับทั้งสองฝ่าย แนวทางพิจารณามีหลายทางเลือก อาทิ จ่ายทั้งหมด จ่ายบางส่วน โดยจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงการใช้ประโยชน์แท่น และตามกฎหมาย และหลังครบกำหนดกรมฯจะส่งหนังสือถึงเชฟรอน โททาล และโมเอโกะ ให้มาวางหลักประกันการรื้อถอนภายใน120 วัน หรือภายในกรกฎาคม 2563 สุดท้ายหากตกลงกันไม่ได้จนมีการฟ้องร้องอาจจะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ แต่เชื่อมั่นว่าในการพิจารณาข้อมูลรอบใหม่จะตกลงเป็นที่ยอมรับกันได้ โดยภาครัฐพร้อมรับฟังข้อมูล บนพื้นฐานหลักการของกฏหมาย”นายกุลิศกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ส่งหนังสือถึงผู้ถือหุ้นแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช วางหลักประกันการรื้อถอนภายใน 120 วัน หลังจากได้รับหนังสือ ตามกฎกระทรวงพลังงาน เรื่องกำหนดแผนงาน ประมาณการ ค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม ให้เกิดความชัดเจนภายใน 2 ปีก่อนจะหมดอายุสัมปทานปิโตรเลียม ครบกำหนดในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ โดยกลุ่มผู้ได้สัมปทานเห็นว่าในแท่นขุดเจาะใดไม่ต้องรื้อถอน ก็ไม่ควรจ่ายค่ารื้อถอน จึงยื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงานแสดงความต้องการฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการ แต่นายสนธิรัตน์ สินธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งให้เจรจาด่วน ทำให้เชฟรอนระงับการฟ้องชั่วคราว และเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ

Advertisement