หน้าแรก เศรษฐกิจ สถานการณ์น้ำใ...

สถานการณ์น้ำในอ่างฯ-น้ำท่า อยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมรับมือถ้าฝนตกหนักภาคใต้

8.10.19 | 17:40 น.

​พื้นที่ตอนบนใกล้สิ้นสุดฤดูฝนแล้ว วอนทุกฝ่ายรณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เหตุน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำบางแห่งอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนัก ต้องวางแผนใช้น้ำอย่างรัดกุมในฤดูแล้งหน้า พร้อมเตรียมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ ระดมเครื่องจักรเครื่องมือเตรียมพร้อม ย้ำทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

​ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการคาดการณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงครึ่งหลังของฤดูฝนปีนี้ ในเดือนตุลาคม 2562 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนลดลงและเริ่มจะมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า โดยเฉพาะตอนบนของภาค ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากในบางแห่งนั้น

​สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน (8 ต.ค.62) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 50,869 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุอ่างฯรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 26,940 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 25,000 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,140 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 5,444 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 12,000 ล้าน ลบ.ม.

อนึ่ง ในระยะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนที่มีแนวโน้มตกหนักในหลายพื้นที่บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯอย่างใกล้ชิด อาทิ เขื่อนศรีนครินทร์, เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี, เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก, เขื่อนนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี และเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยพื้นที่ตอนล่างของประเทศไทยในเดือนตุลาคม 2562 มีจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมหรือน้ำล้นตลิ่ง 12 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง ส่วนในเดือนพฤศจิกายน 2562 มีจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมหรือน้ำล้นตลิ่ง 8 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง นราธิวาส สงขลา และพัทลุง

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศ หลายแห่งมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนัก ซึ่งกรมชลประทานได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำ และแก้มลิงต่างๆ ให้ได้มากที่สุด จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

Advertisement

สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว กรมชลประทานได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ทุกแห่ง เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ สะพานเบลีย์ และรถบรรทุก รวมกว่า 700 หน่วย เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำได้ทันท่วงที รวมทั้งบูรณการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายความมั่นคง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป