หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ยันเทรดวอร...

พณ.ยันเทรดวอร์ช่วยเพิ่มแชร์ทั้งตลาดจีนและสหรัฐ กางสินค้าส่งออกยังทำเงิน

9.10.19 | 16:51 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยผลวิเคราะห์สถานการณ์และผลกระทบสงครามการค้าต่อการส่งออกครึ่งปี 2562 และโอกาสส่งออกสินค้าศักยภาพหลังมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้ 1 กันยายนที่ผ่านมา พบว่าไทยยังสามารถรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดทั้งในสหรัฐฯ และจีนได้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่มีส่วนแบ่งตลาดลดลง แสดงให้เห็นว่าสินค้าไทยยังมีขีดความสามารถในการส่งออก ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยังไม่ชัดเจน และมีความผันผวนสูง

ทั้งนี้ การติดตามผลกระทบจากสงครามการค้า สหรัฐนำเข้าจากจีนลดลงจากสัดส่วน 20.51% ช่วง 6 เดือนปี 2561 เหลือ 18.02% ช่วงเดียวกันปี 2562 ประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ ลดลง ได้แก่ แคนาดา เยอรมนี มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ได้แก่ เม็กซิโก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหภาพยุโรป (สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์) อินเดีย เวียดนาม ไต้หวัน และไทย โดยมีสัดส่วนเพิ่มจาก 1.27% เป็น 1.31%

ขณะที่ส่วนจีน นำเข้าจากสหรัฐฯ ลดลงจากสัดส่วน 8.17% เหลือ 6.04% ช่วง 6 เดือนของปี 2562 โดยประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดจีนลดลง ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดจีนเพิ่มขึ้น ได้แก่ ออสเตรเลีย เยอรมนี บราซิล มาเลเซีย รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย และไทย โดยมีสัดส่วนเพิ่มจาก 2.12% เป็น 2.23%

ในรายงานสนค.ระบุอีกว่า สำหรับสินค้าของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกทดแทนในตลาดสหรัฐและจีน ภายใต้มาตรการตอบโต้ที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีจีนกลุ่ม 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และจีนตอบโต้สหรัฐฯ มูลค่า 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว พบว่า สินค้าไทยที่ส่งออกไปทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น เช่น ปลานิลแช่แข็ง กุ้งและปลาหมึกแช่แข็ง เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (ที่ไม่ใช่น้ำผักและผลไม้) แผงวงจรรวม สื่อเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก น้ำมันเครื่อง น้ำมันหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์สัตว์ที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภค และสินค้าที่ไทยส่งออกไปทดแทนสินค้าสหรัฐฯ ในตลาดจีน เช่น น้ำแอปเปิ้ล น้ำผึ้ง แป้ง ผงที่ทำจากพืช กระดาษแข็ง ฝาพลาสติกสำรหับบรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์โทรศัพท์ เครื่องแก้วสำหรับใช้ในครัว อุปกรณ์ติดตั้งสำหรับเฟอร์นิเจอร์

สนค. รายงานอีกว่า นอกเหนือจากสินค้าข้างต้น ยังมีกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกทดแทนสินค้าจากจีนในตลาดสหรัฐฯ และทดแทนสินค้าสหรัฐฯ ในจีนเพิ่มเติมอีก ภายใต้มาตรการใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ 1 กันยายน 2562 โดยสินค้าไทยที่มีโอกาสส่งออกทดแทนสินค้าจีนในสหรัฐฯ เช่น มะพร้าว ขิง ทุเรียน ลูกกอล์ฟ เลนส์แว่นตา เครื่องซักผ้า ชุดชั้นในสตรี พืชมีชีวิตและต้นไม้ (กล้วยไม้) และสินค้าที่มีศักยภาพส่งออกทดแทนสินค้าสหรัฐฯ ในจีน เช่น ผลิตภัณฑ์นมและครีม ขนมที่ทำจากน้ำตาล (ที่ไม่มีโกโก้ผสม) ยางนอกชนิดอัดลม และเอสเซนต์เชียลบาล์ม

Advertisement

ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ส่งออกไทย ควรจะเร่งขยายการส่งออกสินค้าที่สามารถทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐฯ และทดแทนสินค้าสหรัฐฯ ในจีนให้ได้เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยผลักดันการส่งออกในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ และควรจะใช้โอกาสนี้ ในการดึงดูดทุนสหรัฐฯ กรณีที่จะมีการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังไทย

ปัจจุบัน มาตรการตอบโต้ทางการค้าที่มีผลบังคับใช้แล้ว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็นส่วนที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน มูลค่า 3.83 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 68% ของการนำเข้าจากจีน และจีนขึ้นภาษีตอบโต้สหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 9.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 60% ของการนำเข้าจากสหรัฐฯ

และหากตอบโต้กันเต็มรูปแบบตามกำหนดเดิมวันที่ 15 ธ.ค.2562 สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้าจากจีนมูลค่า 5.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบทั้งหมดที่สหรัฐฯ นำเข้าจากจีน ยกเว้นสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคงของประเทศ เช่น ยาและเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แร่และเคมีภัณฑ์ยางชนิด โลหะ เครื่องจักรกลสำหรับการเคลื่อนย้าย ขนส่ง อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์ ที่นั่งสำหรับเด็ก และกลุ่มสินค้าที่จีนจะขึ้นภาษีสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 63% ของการนำเข้าจากสหรัฐฯ โดยมีสินค้าที่จะไม่ขึ้นภาษี เช่น ผลิตภัณฑ์แร่และเคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ไฟฟ้า และอากาศยานและส่วนประกอบ