นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่วภายหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่าง ธนาคารออมสิน กับ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ว่า ความร่วมมือดังกล่าวเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินร่วมกัน โดยนำจุดแข็งของทั้ง 2 สถาบันการเงินมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งสองฝ่าย ซึ่งไอซีบีซีมีลูกค้าว่า 500 ล้านคน และมีสาขากว่า 2 หมื่นสาขาทั่วโลก ขณะที่ธนาคารออมสินมีลูกค้าในไทย 22 ล้านคน และมีสาขาทั่วประเทศกว่า 1 พันสาขา ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสร้างเครือข่ายธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้ง 2 ธนาคารจะช่วยขยายฐานลูกค้าไทยและจีน ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ผ่านธุรกรรมในประเทศไทยด้วยเครือข่ายของธนาคารออมสิน และผ่านเครือข่ายของไอซีบีซีทั่วโลก
นายชาติชายกล่าวต่อว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการรวม 7 ด้านประกอบด้วยบัตรเครดิต Co-Branded UnionPay, บริการด้านร้านค้ารับบัตร (EDC/POS),ด้านการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์,การให้สินเชื่อร่วม/เงินกู้ร่วม(Syndicated Loan), โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC (Eastern Economic Corridor),การให้กู้ยืมระหว่างธนาคาร (Interbank Lending) และการเป็นตัวแทนเพื่อให้บริการลูกค้าร่วมกัน (Banking Agent)
ด้านนายจื้อกัง หลี่ ประธานกรรมการ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ธนาคารทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยมาโดยตลอด ซึ่งการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจระหว่าง 2 ธนาคาร โดยจะมีการร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในกลุ่มลูกค้าบุคคลและลูกค้านิติบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ธนาคารไอซีบีซี มีกลุ่มลูกค้าบุคคลมากกว่า 500 ล้านราย
ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าวเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย และมีการใช้จ่ายค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และแอพพลิเคชั่น AlipayWechatpay ในขณะที่ธนาคารออมสินเองมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มร้านค้าผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ธนาคารมั่นใจว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการช่วยขยายฐานลูกค้าของทั้งสองธนาคาร ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้สะดวกยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้กับร้านค้าด้วย อีกทั้งยังจะช่วยเพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยว ในแง่ของเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานในการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งต่อไป

