เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ให้สัมภาษณ์ถึงการประมูลคลื่น 5G ว่า การดำเนินการเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคงแข็งแรง ทัดเทียมอารยประเทศ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการเดินหน้าประมูลคลื่นความถี่ 5G ก็คือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ที่มีอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ.2562 และที่สำคัญอีกประการก็คือ พ.ร.บ. กสทช. 2562 ดังกล่าวยังให้กสทช. ดำเนินการในฐานะหน่วยงานอำนวยการของรัฐที่มีอำนาจในการบริหารกิจการสื่อสารระหว่างประเทศกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ต้องสนับสนุนให้รัฐมีดาวเทียมหรือให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และประสานงานเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ดาวเทียมสื่อสารของประเทศอีกด้วย เป็นการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ กสทช. มีอำนาจเต็มในด้านดาวเทียมสื่อสาร
พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาติดตามข่าวการวางแผนและการเตรียมความพร้อมของ กสทช. ที่จะดำเนินการให้มีการประมูล 5G เกิดขึ้นจริงและโดยเร็ว โดยได้ทราบว่าทาง กสทช. ได้เตรียมเรียกคืนคลื่นความถี่ย่านกลาง(C-band) 3.4-3.7 GHz เพื่อเตรียมให้มีการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHz ซึ่งเป็นไปตามแผนการประมูลคลื่นความถี่เพื่อใช้ขับเคลื่อน 5G ของประเทศไทย ย่านความถี่ 3.5 GHz เป็นคลื่นความถี่ในมาตรฐานสากล ที่ทั่วโลกกำหนดให้ใช้เป็นคลื่นความถี่หลักที่จะใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เป็นคลื่นความถี่ที่เหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้กับเทคโนโลยี 5G ดังนั้นตรงนี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุค 5G ได้โดยเร็ว นอกจากนี้จะได้ติดตาม ตรวจสอบ การดำเนินการประมูลคลื่นต่างๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างทั่วถึงโดยเร็วที่สุด

