ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย 10 ด้านกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์(MOC Top Team) ว่า เป็นการเตรียมความพร้อมรับการพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้รับการจัดสรรงบ 9,812 ล้านบาท ลดลง 599 ล้านบาท หรือลดลง 7.73%เทียบปีงบประมาณ 2562 สาเหตุงบลดลงเพราะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาข้าวจากโครงการรับจำนำ ซึ่งทั้งโครงการมีภาระค่ารักษาข้าวในสต๊อกปีละ1,500 ล้านบาท
“เป็นการซักซ้อมและจัดเตรียมข้อมูลในส่วนต่าง ๆตามนโยบายที่ได้มอบหมายไว้ 10 ด้าน เพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หากมีการซักถามในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ “ นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จัดเตรียมตามนโยบาย อาทิ นโยบายประกันรายได้ การผลักดันการส่งออกและการค้าชายแดน การดำเนินการเพื่อให้ขั้นตอนการจดทะเบียนของภาคเอกชนได้เร็วขึ้น ส่งเสริมสมาร์ทโชวห่วย การดูแลราคาพืชผลเกษตรด้านต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ในส่วนของการผลักดันการส่งออกและค้าชายแดนที่ได้จัดสรรงบ 1,466 ล้านบาทสำหรับการใช้ใน 8 โครงการ และคำขอภาคเอกชนในกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศซึ่งในส่วนนี้เป็นวงเงิน 700 ล้านบาท สำหรับเป้าหมายส่งออกกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าทำงานขยายตัว 3% รวมถึงแผนทางการผลักดันการเจรจาเปิดเสรีการค้า(เอฟทีเอ)ในกรอบต่างๆ เช่น ไทย-อียู ผลักดันลงนามการประชุมอาร์เซ็ป(อาเซียนบวก6ประเทศ)ซึ่งมั่นใจว่าจะบรรลุและลงนามได้ภายในการประชุมผู้นำเดือนพฤศจิกายนนี้
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดูแลปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจในประเทศ จะชี้แจงถึงผลดีจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร เพื่อพยุงราคาพืชและเพิ่มรายได้เกษตรกร ซึ่งได้เริ่มแล้วในโครงการประกันรายได้ปาล์มน้ำมัน และข้าวเปลือก โดยในเดือนตุลาคมนี้จะจัดประชุม 3 ฝ่ายคือภาครัฐ เอกชน และเกษตกร ในพืชมันสำปะหลัง ที่จังหวัดอุดรธานี และจัดประชุม 3 ฝ่ายในพืชข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์
ส่วนความคืบหน้าลดค่าใช้จ่ายด้านค่ายานั้น ได้เริ่มประกาศรายชื่อโรงพยาบาลที่ยึดตามเกณฑ์เก็บค่ายา 3 ส่วน คือสีเขียวราคาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยที่โรงพยาบาลเอกชนจัดส่งราคาขายมาให้กรมการค้าภายใน ส่วนสีเหลือง เก็บค่ายาในระดับปานกลาง และสีแดงยังเก็บค่ายาในเกณฑ์ที่สูงพร้อมกันนี้อยู่ระหว่างศึกษาจัดทำส่วนต่างกำไรในกลุ่มยา เวชภัณฑ์และค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อให้เป็นราคาเกณฑ์กลางคาดว่าจะได้ข้อสรุปปลายปีนี้ ส่วนการผลักดันส่งออกข้าวยังมีความคืบหน้าในหลายประเทศ เร็วๆนี้จะขายข้าวให้อิรัก รวมถึงเพิ่มการขายสินค้าเกษตรเพิ่มกับจีน และอินเดีย เป็นต้น
เมื่อสอบถามว่ามีความมั่นใจต่อการทำงาน 3 เดือนที่ผ่านมาแค่ไหน นายจุรินทร์ กล่าวว่า คงไม่ประเมินตัวเอง แต่ผมมั่นใจว่าผ่านโปรแน่นอน เช่นเดียวกับเรื่องงบประมาณมั่นใจว่าผ่านแน่นอน

