บอร์ดรถไฟปิดดีลไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ลงนามสัญญา 25 ตค.นี้ พร้อมไฟเขียวฟ้องโฮปเวลล์ (ชมคลิป)

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ในฐานะประธานคณะกรรมการ(บอร์ด)รฟท. เปิดเผยหลังการประชุมบอร์ดรฟท. นัดแรกที่ใช้ระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา14.00-19.00 . ว่าบอร์ดรฟท. ได้เห็นชอบร่างสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3 สนามบิน(ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา) ที่ตามที่อัยการสูงสุด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ. หรือบอร์ดอีอีซี) และคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบ และบอร์ดรฟท. ได้เห็นชอบให้ นายวรวุฒิมาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจ การบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่า รฟทเป็นตัวแทนลงนามโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งจำกัดและพันธมิตร(กลุ่มซีพีเอช) ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ตามกำหนดการ

ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีวันลงนามสัญญาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่โดยกลุ่มซีพีเอชอาจจะขอเลื่อนเป็นวันที่ฤกษ์ดี นั้น  นายจิรุตม์ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ขณะนี้ยังเป็นวันที่ 25 ตุลาคม ตามกำหนดการที่วางไว้

นายจิรุตม์ กล่าวว่า บอร์ดรฟท. ยังได้มอบหมายให้ฝ่ายอนาบาลของการรฟท. ไปหารือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อฟ้องร้องบริษัทโฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัดในข้อหาจดทะเบียนไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากคณะทำงานศึกษาแนวทางแก้ปัญหาความเสียหายของรัฐในโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร(โฮปเวลล์) ของกระทรวงคมนาคมพบหลักฐานว่าในระหว่างที่มีการขออนุมัติโครงการโฮปเวลล์ทางบริษัทโฮปเวลล์มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติมากกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่ได้ขอยกเว้นประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 281 (ปว. 281) ตามเงื่อนไขของบริษัทต่างด้าวที่มาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยทั้งรฟท. และกระทรวงคมนาคมในฐานะคู่สัญญาจะต้องไปหารือร่วมกันก่อนจากนั้นจึงดำเนินการฟ้องร้องบริษัทโฮปเวลล์ก่อนวันที่ 19 ตุลาคม 2562 เพราะจะมีการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคุ้มครองฉุกเฉินในกรณีที่กระทรวงคมนาคมและรฟท. จะจ่ายค่าชดเชยแก่บริษัทโฮปเวลล์ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในวันที่19 ตุลาคม2562

ได้มอบหมายให้รฟท. ดำเนินคดีในเรื่องการรับจดทะเบียนบริษัทโฮปเวลล์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองฉุกเฉินก่อนวันที่ 19 ตุลาคมนี้ด้วย โดยยืนยันว่าหากสู้ได้ก็จะสู้ต่อแต่หากสู้ไม่ได้ก็ต้องยอมรับผลการตัดสินของศาลนายจิรุตม์ กล่าว

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่ารฟท. และประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา) กล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะดำเนินตามมติของบอร์ดอีอีซีโดยจากการเจรจาล่าสุดกับกลุ่มซีพีเอชแนวโน้มน่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องร่างสัญญาแล้ว โดยหลังจากลงนามสัญญาในวันที่ 25 ตุลาคมแล้ว วันที่ 26 ตุลาคมเป็นต้นไปกลุ่มซีพีเอชต้องดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการภายใน3 เดือน เพื่อกำหนดแผนการส่งมอบพื้นที่ให้ชัดเจนโดยจะไม่มีการเวนคืนมั่วๆ โดยเบื้องต้นได้วางกรอบเวลาการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดภายใน 2 ปี โดยแบ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างเป็น 3 ส่วนได้แก่ ช่วงสุวรรณภูมิอู่ตะเภา จะเร่งรัดให้ได้เร็วที่สุดภายในช่วงเวลาประมาณ 1 ปี 3 เดือน ส่วนช่วงพญาไทสุวรรณภูมิมีความพร้อมสามารถส่งมอบได้ทันทีแต่กลุ่มซีพีเอชต้องจ่ายค่าบริหารการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนช่วงดอนเมืองบางซื่อพญาไท จะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องผู้บุกรุกและการรื้อย้ายสาธารณูปโภคให้เรียบร้อยก่อน

 

บทความก่อนหน้านี้กมธ.อุดมศึกษาฯ สักการะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช
บทความถัดไป‘อธิบดี พช.’ ชูนโยบาย ‘โก่งธนูโมเดล’ ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน