หน้าแรก เศรษฐกิจ พีพีพีพลาสติก...

พีพีพีพลาสติกหนุนขายถุงพลาสติก 2 บาท/ถุง ไม่เห็นด้วยกับ ‘วราวุธ’ เล็งชง ครม.เลิกใช้

24.10.19 | 08:38 น.

พีพีพีพลาสติกย้ำจุดยืนหนุนรัฐออกมาตรการบังคับห้าง ร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีรัฐขายถุงพลาสติก 2 บาทต่อถุง สวนทาง ทส.ที่เล็งจ่อชง ครม.บังคับแบนถุงพลาสติกให้ลูกค้าทันที เหตุมองไม่ช่วยแก้ไขขยะและสิ่งแวดล้อมได้จริง

นายอภิภพ พึ่งชาญชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจ สถาบันพลาสติก และองค์กรอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะและพลาสติกอย่างยั่งยืน หรือ พีพีพีพลาสติก ที่มีแนวทางเสนอรัฐบาลออกมาตรการบังคับทางกฎหมายให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีของรัฐนำร่องจำหน่ายถุงพลาสติกให้กับผู้เข้ามาใช้บริการแทนการแจกฟรีโดยเสนอเก็บค่าถุงพลาสติกที่ 2 บาทต่อถุง ว่า พีพีพีพลาสติกยังคงยืนยันแนวทางดังกล่าว แม้ว่าล่าสุดนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จะเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ประกาศยกเลิกการแจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า 100% แทน โดยจะเริ่มนำร่องกับกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง และร้านสะดวกซื้อจำนวน 43 บริษัทเครือใหญ่ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

“จากการหารือที่ผ่านมาทางระดับนโยบายของทส.เห็นว่าควรยกเลิกการใช้ไปเลยจะดีกว่าโดยจะมีการเสนอ ครม.บังคับ ซึ่งตนเห็นว่าไม่น่าจะบังคับได้จริง แต่กรณีที่เสนอขึ้นค่าถุง 2 บาทต่อถุงนั้นได้มีการศึกษาอย่างละเอียดและต่างประเทศก็ใช้วิธีดังกล่าวควบคู่กับการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้องสามารถลดปริมาณขยะได้ทันทีและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในการปรับตัว ซึ่งเราเองคงต้องพยายามต่อไป”นายอภิภพกล่าว

นายอภิภพกล่าวว่า ที่ผ่านมาพีพีพีพลาสติกได้พยายามเสนอให้เก็บถุงพลาสติก 2 บาทต่อถุงโดยนำเงินที่ได้มาจัดสรรเป็น 3 ก้อนคือ 25 สตางค์ ให้ห้างร้านนั้นๆ นำไปทำกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร หรือซีเอสอาร์ ส่วนที่สอง 50 สตางค์ ส่งเข้ากองทุนพลาสติก ที่บริหารโดยสถาบันพลาสติก กระทรวงอุตสาหกรรม และส่วนสุดท้าย 1.25 บาท มอบให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นำไปบริหารจัดการขยะภาพรวม

นายอภิภพกล่าวว่า หากรัฐออกมติ ครม.แบนการใช้ถุงพลาสติกทันทีปัญหาคือจะบังคับทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง โรงงานผลิตถุงพลาสติกที่มีอยู่หลายร้อยแห่งในไทยจะเกิดปัญหาผลกระทบตามไปด้วยหรือไม่ และที่สำคัญสุดคือการผลักดันให้คนไทยหันไปใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษ ที่มีราคาแพงกว่าหรือไม่ ประกอบกับต้องยอมรับว่าคนไทยยังไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก ขณะเดียวกันการแบนสิ่งหนึ่งแล้วหันไปใช้สิ่งหนึ่งแทนเหล่านี้ก็ไม่ได้หมายถึงการลดปริมาณขยะและแก้ไขมลภาวะสิ่งแวดล้อมไปได้ หากขาดระบบบริหารจัดการที่ดี เนื่องจากถุงผ้า ถุงกระดาษก็ล้วนแต่ผ่านกระบวนการผลิตที่ต้องมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น แม้กระทั่งพลาสติกชีวภาพ(ไบโอพลาสติก)

Advertisement

นายอภิภพกล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกใช้พลาสติกชีวภาพเพียง 1% เท่านั้น แม้หลายฝ่ายพยายามรณรงค์การใช้แทนพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียมเพราะพลาสติกชีวภาพทำจากพืชต่างๆที่ย่อยสลายได้ แต่ข้อเท็จจริงคือจะต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมจึงจะย่อยสลายได้ และหากไม่มีการจัดการขยะที่ดีพอเมื่อตกไปอยู่ในท้องทะเลปลากินไปก็เป็นอัตรายเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันชนิดของพลาสติกก็มีข้อแตกต่างในการใช้งาน บางประเภทไม่สามารถทนร้อนได้ดังนั้นความจำเป็นในการใช้พลาสติกยังคงมีอยู่ ดังนั้นพีพีพีพลาสติกจึงพยายามชี้ให้เห็นว่าการคัดแยกขยะในภาพรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อนำขยะพลาสติกที่รีไซเคิลได้กลับมาใช้ใหม่ ขยะใดที่จำเป็นต้องนำไปผลิตไฟฟ้าก็จะต้องดำเนินการ