นางแคร์รี หล่ำ กล่าวปาฐกถาในการประชุม Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area :New Horizon for China’s Reform and Opening-up,New Practice of ‘One Country ,Two Systems’,and New Platform for win-win cooperation หรือ “เขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า: ขอบเขตใหม่แห่งการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีน แนวปฏิบัติใหม่ของหลักการ ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ และเวทีใหม่ของความร่วมมือที่ทุกฝ่ายล้วนได้ประโยชน์” ว่า ฮ่องกงภายใต้กรอบเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong-Hong Kong – Macao Greater Bay Area: GBA) ตั้งเป้าหมายให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางของเขตฯใน 4 ด้าน โดยพัฒนาจากศักยภาพที่ฮ่องกงมีอยู่ ได้แก่ 1.ด้านการเงิน ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินลำดับที่ 3 ของโลก ลำดับที่ 1 ของเอเชีย เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่สำคัญลำดับที่ 6 ของโลก ด้วยจุดแข็งด้านสถานที่ตั้งและระบบกฎหมายของฮ่องกง
2.ด้านคมนาคม ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการบิน โดยสนามบินฮ่องกงเป็นสยามบินลำดับที่ 3 ของโลก (74 ล้านคน) และเป็นแหล่งขนส่ง cargo ลำดับที่ 1 (5 ล้านตัน) และโครงการขยายท่าอากาศยานจะทำให้การเป็น “ประตู” ของฮ่องกงสำคัญยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงจุดหมายกว่า 200 แห่งทั่วโลกเข้าด้วยกัน
3.การเป็นศูนย์กลางของบริการที่มีความเป็นมืออาชีพ (Professional Services) ระดับโลก ซึ่งเกิดจากระบบกฎหมาย การศึกษา โครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการต่างๆ ที่ได้มาตรฐานระดับโลกของฮ่องกง และ 4.การเป็นศูนย์การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัย 3 แห่งในฮ่องกงติดอันดับ top 50 ของโลก และฮ่องกงมุ่งส่งเสริมการพัฒนาด้าน Health technology, AI robot, และการวิจัยพัฒนา โดยฮ่องกงมีแผนที่จะร่วมจัดตั้ง Shenzhen-Hongkong Technology Parkที่เซินเจิ้น และ GBA academic alliance ในฮ่องกง (เน้นการแลกเปลี่ยนและร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมกับจีนแผ่นดินใหญ่)
นางแคร์รี่กล่าวต่อว่า เยาวชนคืออนาคตของพวกเรา (Young People are Our Future) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชน โดยเฉพาะการยกระดับความสามารถและการเข้าถึงโอกาสและเงินทุน รวมทั้ง ฮ่องกงพัฒนามาถึงปัจจุบันเพราะอัตลักษณ์พิเศษฮ่องกง คือ การปกครองภายใต้ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ที่ทำให้ฮ่องกงมีอำนาจอธิปไตยในการปกครองตนเองสูง (high autonomy) มีระบบกฎหมายและระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของนานาชาติ ซึ่งจะเป็นจุดเด่นที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาของ GBA ต่อไป
“แม้การชุมนุมประท้วงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของฮ่องกง แต่รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเชื่อมั่นว่าสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ และรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงจะใช้อัตลักษณ์และจุดแข็งของฮ่องกง ภายใต้การปกครองตามหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ในการเสริมสร้างความร่วมมือที่ทุกฝ่ายล้วนได้รับผลประโยชน์ (win-win cooperation)” นายแคร์รีกล่าว

