หน้าแรก เศรษฐกิจ ธ.ก.ส.แจกรางว...

ธ.ก.ส.แจกรางวัลล่อใจเกษตรกรในโครงการพักชำระหนี้ออมเงินตั้งเป้า 3.81 ล้านราย

24.10.19 | 23:20 น.

นายกษาปณ์ เงินรวง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้ดำเนินมาตรการลดภาระหนี้เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปภาคการเกษตรตามแนวทางประชารัฐ  โดยจัดทำโครงการออมเงินเพื่อลดภาระหนี้กับทวีโชค สำหรับกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ มีเงินฝากในโครงการทวีโชคประมาณ 2.2 ล้านราย วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท  สามารถลุ้นรางวัลพิเศษหากมีการออมเงินเดือนละ 1,000 บาทติดต่อกัน 6 เดือน ซึ่งพบว่าในรอบแรกกำหนดการฝากเงินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม2561-31 กรกฎาคม 2562 มีผู้เข้าเกณฑ์และได้สิทธิ์จับรางวัล 3.7 แสนราย จำนวนเงินออม 6 พันล้านบาท โดยจับรางวัลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งเป็นวันสถาปนา ธ.ก.ส. ครบรอบปีที่ 53  รางวัลประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รถกระบะ TOYOTA HILUX REVO รุ่น 4×2 2.4J Plus จำนวน 5 คัน และรางวัลที่ 2 รถจักรยานยนต์ YAMAHA FINO 125 Standard Version จำนวน 48 คัน รวมทั้งหมด 53 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 5.4 ล้านบาท เกษตรกรที่ฝากเงินในโครงการทวีโชครับดอกเบี้ย 0.76% ต่อปี ยังสามารถรับสิทธิ์จับรางวัลทวีโชคระดับจังหวัดปีละ 2 ครั้ง และระดับประเทศอีกปีละ 1 ครั้ง

นายกษาปณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังจัดจับรางวัล กรมธรรม์ นำโชค ให้กับเกษตรกรและครอบครัวเกษตรกรลูกค้าที่ฝากใหม่และต่ออายุหรือส่งชำระงวดถัดไปให้รับความคุ้มครองต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 – 31 สิงหาคม 2562 ของผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิตทุกผลิตภัณฑ์ เช่น กรมธรรม์ ธกส มอบรัก ธกส เพิ่มรัก และ  ธกส ทวีรัก 99 เป็นต้น มีกรมธรรม์รวมทั้งหมด 2.3 ล้านกรมธรรม์จากลูกค้าของธนาคารทั้งหมด 5.8 ล้านราย โดยลูกค้ามีกรรมธรรม์รับสิทธิ์จับรางวัล 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งครั้งนี้มีลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์จำนวนกว่า 2.3 ล้านกรมธรรม์ กำหนดจับรางวัลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เช่นกัน โดยมีรางวัลที่ 1 รถยนต์ TOYOTA FORTUNER 2018 จำนวน 1 คัน รางวัลที่ 2 รถกระบะ HILUX REVO Smart-cab 2.4J จำนวน 1 คัน และรางวัลที่ 3 รถจักรยายนต์ YAMAHA GRAND FILANO จำนวน 51 คัน รวมทั้งหมด 53 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 4.5 ล้านบาท

“ธ.ก.ส. วางเป้าหมายที่จะให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการออมเงินเพื่อลดภาระหนี้กับทวีโชค จำนวน 3.81 ล้านราย และมีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเฉลี่ยรายละ 1,000 บาทต่อปี ซึ่งจะช่วยสร้างฐานเงินออมเพิ่มขึ้นประมาณ 3,810 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีภูมิคุ้มกันทางการเงิน และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น  รวมถึงยังสนับสนุนให้เกษตรกรและครอบครัวเกษตรกรมาใช้บริการผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ที่นอกจากจะสร้างการออมอย่างมีวินัยเพียงเดือนละ 300-1,000 บาท และได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์แล้ว ยังได้ลุ้นรับรางวัลอีกมากมาย”นายกษาปณ์กล่าว