‘สุริยะ’ อัดสินเชื่อช่วยเอสเอ็มอี 3,000 ล้าน เปิดรับสมัคร 1 ธ.ค.นี้

25.10.19 | 05:58 น.

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ว่า กระทรวงเตรียมอัดฉีดสินเชื่อกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เพื่อเป็นเงินลงทุนและเสริมสภาพคล่องแก่เอสเอ็มอี เน้นกลุ่มเป้าหมายในสาขาธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ทั้งที่เป็นอาหาร และที่ไม่ใช่อาหาร สาขาอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ และธุรกิจอื่นๆ ที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับปรุงกิจการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1% วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 7 ปี สามารถใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ไม่เกิน 50% ของวงเงินอนุมัติ แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยได้นำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานเพื่ออนุมัติ เมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา เปิดให้เอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลสมัครขอสินเชื่อดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ www.smerescuecenter.com ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป คาดว่าสินเชื่อตัวใหม่นี้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท

“สินเชื่อตัวนี้มีความสำคัญ เพราะจากการสำรวจสถานการณ์เอสเอ็มอีพบว่ากำลังประสบปัญหาจากเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาสงครามการค้าที่กระทบกับการส่งออกของไทย โดยพบว่าเอสเอ็มอีจำนวนมากต่างประสบปัญหาในด้านการค้า การลงทุน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และไม่สามารถปรับตัวให้อยู่รอดต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ นอกจากนี้ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯยังได้เตรียมสนับสนุนเงินอีก 750 ล้านบาท ควบคู่กับการปล่อยสินเชื่อ โดยเงินดังกล่าวกองทุนจะนำไปเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี ให้มีประสิทธิภาพทั้งด้านการบริหารการผลิต การเงิน และการตลาดด้วย” นายสุริยะกล่าว

นายสุริยะกล่าวว่า แพคเกจสินเชื่อวงเงิน 3,000 ล้านบาท เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงที่ทางกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้ปรับปรุงกระบวนการคัดกรอง วิเคราะห์ และอนุมัติสินเชื่อให้มีความสะดวกรวดเร็ว และติดตามผลลัพธ์จากการปล่อยสินเชื่อ หลังจากที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2560 กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้อนุมัติสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศไปแล้ว 10,567 ราย เป็นจำนวนเงิน 16,127 ล้านบาท ปัจจุบันยังเหลือวงเงินสินเชื่อที่จะปล่อยสินเชื่อเกือบ 4,000 ล้านบาท จึงจัดสรร 3,000 ล้านบาท ในการปล่อยสินเชื่อ และที่เหลือจะใช้เพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีควบคู่กันไป