นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่าในเดือนกันยายน 2562 จำนวนผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ทั้งประเภทพิโกไฟแนนซ์ และพิโกพลัส จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2562 จำนวนทั้งสิ้น 1,213 ราย ใน 76 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 106 ราย กรุงเทพมหานคร 92 ราย และขอนแก่น 64 ราย
อย่างไรก็ดีในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีนิติบุคคลที่คืนคำขออนุญาตจำนวน 125 ราย ใน 51 จังหวัด จึงคงเหลือนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตสุทธิเป็นจำนวน 1,088 ราย ใน 75 จังหวัด และมียอดสะสมของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ทั้ง 2 ประเภท จำนวน 710 ราย ใน 72 จังหวัด ซึ่งได้แจ้งเปิดดำเนินการแล้วจำนวน 590 ราย ใน 68 จังหวัด และมีผู้ประกอบธุรกิจที่ปล่อยสินเชื่อแล้วจำนวน 555 ราย ใน 67 จังหวัด
ทั้งนี้สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ มีจำนวนผู้ยื่นคำขออนุญาตสุทธิ 986 ราย ใน 76 จังหวัด โดยมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์แล้วจำนวน 699 ราย ใน 72 จังหวัด และมีผู้เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 580 รายใน 68 จังหวัด
ส่วนสินเชื่อประเภทพิโกพลัส มีจำนวนผู้ยื่นคำขออนุญาตสุทธิ 102 ราย ใน 43 จังหวัด ประกอบด้วยผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์เดิมซึ่งได้รับใบอนุญาตและเปิดดำเนินการแล้วมายื่นขอเปลี่ยนใบอนุญาตเป็นสินเชื่อประเภทพิโกพลัส จำนวน 70 ราย ใน 35 จังหวัด และเป็นนิติบุคคลที่ยื่นคำขอใหม่จำนวน 32 ราย ใน 8 จังหวัด โดยมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสแล้วจำนวน 11 ราย ใน 6 จังหวัด และมีผู้เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 10 ราย ใน 6 จังหวัด
สำหรับยอดสินเชื่ออนุมัติสะสมและยอดสินเชื่อคงค้างรวมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2562 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 119,551 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 3,137.05 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ยจำนวน 26,240.21 บาทต่อบัญชี ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกันจำนวน 57,613 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 1,714.96 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54.67 ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันจำนวน 61,938 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 1,422.09 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45.33 ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม
ทั้งนี้พบว่ามียอดสินเชื่อคงค้างรวมจำนวนทั้งสิ้น 44,861 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 1,273.01 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อคงค้างชำระ 1 – 3 เดือน จำนวน 5,574 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 173.08 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.60% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม และมีสินเชื่อคงค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (เอ็นพีแอล) จำนวน 4,253 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 123.70 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.72% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม
ส่วนสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้อนุมัติสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบทดแทนหนี้นอกระบบรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.85% ต่อเดือน โดยได้เร่งกระจายความช่วยเหลือด้านสินเชื่อดังกล่าวแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 มีการอนุมัติสินเชื่อรวม 622,063 ราย เป็นจำนวนเงิน 27,357.27 ล้านบาท จำแนกเป็นสินเชื่อที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไปจำนวน 576,434 ราย เป็นจำนวนเงิน 25,389.49 ล้านบาท และสินเชื่อที่อนุมัติให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้นอกระบบในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 จำนวน 45,629 ราย เป็นจำนวนเงิน 1,967.78 ล้านบาท
สำหรับการดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงกวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดสะสมนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2562 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 5,297 คน
ทั้งนี้พิโกไฟแนนซ์กำหนดมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ให้สินเชื่อแก่ประชาชนได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย และเรียกเก็บดอกเบี้ย กำไรจากการให้สินเชื่อ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใด รวมกันได้ไม่เกิน 36% ต่อปี ส่วนพิโกพลัส กำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ให้สินเชื่อแก่ประชาชนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และเรียกเก็บดอกเบี้ย กำไรจากการให้สินเชื่อ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใด รวมกันได้ไม่เกิน 36% ต่อปี สำหรับวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 50,000 บาทแรก ส่วนวงเงินสินเชื่อที่เกินกว่า 50,000 บาทเป็นต้นไป ให้เรียกเก็บได้ไม่เกิน 28% ต่อปี โดยการขอใบอนุญาตยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ทั้ง 2 ประเภท สามารถให้บริการสินเชื่อโดยรับสมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถเพื่อการเกษตรเป็นประกัน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน หรือ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ได้ด้วย

