คอลัมน์ นอกลู่ในทาง : องค์กรน่าอยู่

26.10.19 | 18:29 น.

สมรภูมิอีคอมเมิร์ซดุเดือดเลือดสาดด้วยโปรโมชั่น “ราคา” อยู่แล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะลดความร้อนแรงลง ทั้งได้กลายเป็นสนามรบของยักษ์อีคอมเมิร์ซข้ามชาติไปแล้วเรียบร้อย ทั้ง “ลาซาด้า-ช้อปปี้-เจดีเซ็นทรัล” ไม่มีใครยอมใคร ขึ้นอยู่กับแต่ละรายจะครีเอทวาระอะไรขึ้นมากระตุ้นต่อม “นักช้อป” กันบ้าง

แคมเปญสุดฮอตที่เริ่มจัดถี่ขึ้นมากจนแทบเป็นประจำเดือน คือ แคมเปญ “ดับเบิลเดย์” จากเดิมมีเฉพาะวันที่ 11 เดือน 11 หรือ 11.11 ของทุกปี นำร่องโดย “ลาซาด้า” ในเครือ “อาลีบาบา” ผู้ริเริ่มเทศกาลนี้

ในประเทศจีนเรียกว่า “วันคนโสด” หรือ Singles Day พัฒนามาเป็น “วันช้อปปิ้งออนไลน์แห่งปี” ที่สร้างปรากฏการณ์โกยยอดขายถล่มทลายทุกปี

แม้ “ดับเบิลเดย์” จะจัดกันถี่ขึ้นแทบทุกเดือน แต่ “11.11” ของทุกปียังถือว่าสำคัญที่สุด เป็นจังหวะที่ทุกค่ายเตรียมหมัดเด็ดออกมาถล่มกันโกยเม็ดเงินเต็มที่

ในปี 2561 ที่ผ่านมา เฉพาะ “อาลีบาบา” กวาดยอดขายไปได้มากถึงกว่า 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 27%

Advertisement

แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ครั้งแรกของการจัดเทศกาลช้อปปิ้งเดย์วันคนโสด ยอดขายยังทำได้แค่หลักร้อยล้านบาทเท่านั้น

ชัดเจนว่าตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตฉุดไม่อยู่จริงๆ

น่าลุ้นว่า เทศกาล 11.11 ในปีนี้จะทำยอดชายทุบสถิติได้ไกลแค่ไหน

หนึ่งในผู้เล่นหลักที่มาแรงอย่างยิ่งในสังเวียนอีคอมเมิร์ซปัจจุบัน คือ “ช้อปปี้”(Shopee) ในเครือ “ซีกรุ๊ป” (Sea) จากเข้าสู่ตลาดผ่านกลยุทธ์ “โมบายเฟิร์ส” เมื่อสี่ปีก่อน

กลาง ต.ค.ที่ผ่านมา “ช้อปปี้” เปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อตอกย้ำแผนการลงทุนระยะยาวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไต้หวัน พร้อมประกาศก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดแอพพลิเคชั่น “ช้อปปิ้งออนไลน์”

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ตั้งอยู่บริเวณ science Park ซึ่งเป็นย่านที่บริษัทสตาร์ตอัพ และเทคคัมปะนีทั้งหลายมักมาเช่าทำพื้นที่ทำงาน มี 6 ชั้น พร้อมพื้นที่ใช้สอยมากถึง 244,000 ตารางฟุต รองรับพนักงานได้มากถึง 3 พันคน จากปัจจุบันมี 1,300 คน (27เชื้อชาติ)

“ช้อปปี้” ให้ความสำคัญกับการออกแบบสำนักงานแห่งใหม่นี้มาก โดยคอนเซ็ปต์ในการออกแบบจะมุ่งไปยัง 3 แนวคิดหลัก คือ การเชื่อมต่อ (Connectivity) การทำงานร่วมกัน (Collaboration) และการสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน (Community) เน้นการมีพื้นที่เปิดโล่ง มีพื้นที่สำหรับทำงาน และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันหลายแห่งกระจายตามจุดต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของคนทำงานยุคใหม่เต็มที่

ไม่ต่างไปจากออฟฟิศของสตาร์ตอัพยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่าง กูเกิล เฟซบุ๊ก ที่เราเคยเห็นกัน

ตั้งแต่การมีพื้นที่ออกกำลังกายขนาดใหญ่มาก (fitness zone) พร้อมเครื่องออกกำลังกายหลากหลายชนิดจำนวนมาก เรียกว่าใหญ่ไม่แพ้ฟิตเนสดังๆ มีห้องอาบน้ำ มีตู้ล็อกเกอร์ให้เก็บของครบ

นอกจากนี้ ยังมีมุมผ่อนคลายที่ตอบสนองการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้ เช่น โต๊ะพูล, โต๊ะปิงปอง, ห้องรับประทานอาหารส่วนกลางที่มีทั้งอาหาร, เครื่องดื่ม และขนม คอยให้บริการตลอดวัน

มีห้องงีบที่เรียกว่า “Nap Pods” ให้พนักงานเข้าไปพักผ่อนได้ มีมุมนวดคลายเครียด รวมถึงสวนขนาดใหญ่ไว้เปลี่ยนบรรยากาศถ้าไม่อยากอยู่แต่ในห้องแอร์ เป็นต้น

เทเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ “ช้อปปี้” กล่าวว่า สำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์สวยจนหลายคนอาจมองว่าเว่อร์เกินไป แต่สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างที่มีในสำนักงานแห่งนี้สะท้อนให้เห็นการลงทุนกับเรื่องพนักงาน เพราะในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ พนักงานเป็นหัวใจสำคัญ และไม่มีทรัพย์สินใดจะมีค่าไปกว่าพนักงานอีกแล้ว

การเน้นเรื่องความสุขของพนักงานนำไปสู่ความสำเร็จและการเติบโตของธุรกิจได้อย่างไร?

“ถ้าเราอยากได้พนักงานที่เก่งๆ ที่เข้าใจตลาดเป็นอย่างดี และสามารถคิดกลยุทธ์หรือโครงการดีๆ เพื่อให้เราคว้าชัยชนะในตลาดนั้นได้ เราต้องมองหาคนที่เก่งที่สุด”

และสิ่งที่ “ช้อปปี้” สังเกตเห็นในหลายปีที่ผ่านมาพบว่า เมื่อก่อนคนเก่งอาจมองหางานที่มั่นคงหรือค่าตอบแทน แต่ปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่านั้น

“คนเก่งที่เราจ้าง เขามองหาโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลง มองหาโอกาสในการสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ การมีเป้าหมายในชีวิต ความก้าวหน้า รวมถึงต้องการสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ทำให้เขามั่นใจ ความต้องการที่ซับซ้อนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คนเก่งมองหา เป็นความคาดหวังที่พวกเขามี

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น คือการสร้างความท้าทายให้พนักงานรู้สึกตื่นตัว และสนุกกับการทำงานราวกับว่านี่คือธุรกิจส่วนตัวของพวกเขา”

สำหรับช้อปปี้ การสร้างสำนักงานในลักษณะนี้ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของการตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน

“ซีอีโอของเรา คุณคริส เฟิง บอกว่าสิงคโปร์เป็นเพียงหนึ่งในออฟฟิศที่เรามี และยังมีทีมงานมากความสามารถอยู่ในประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น ฟิลิปปินส์ และไทย คนเหล่านี้อยู่ในตลาดของตนเอง เข้าใจตลาดในประเทศได้ดีกว่า และรู้ว่าจะต้องตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคอย่างไร รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาด”

คริส เฟิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “ช้อปปี้” กล่าวว่า ภายใน 4 ปี ช้อปปี้ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคนี้ และในปีนี้ได้ขึ้นเป็นแอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไต้หวันที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง จากยอดผู้ใช้งานรายเดือน (Monthly Active User) และยอดดาวน์โหลดรวมกว่า 200 ล้านครั้ง มีมูลค่าการซื้อขายสินค้า (GMV) กว่า 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 72% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่ทำได้ 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมียอดคำสั่งซื้อรวมกว่า 246.3 ล้านคำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นถึง 92.7% เทียบปีที่แล้วที่อยู่ที่ 127.8 ล้านคำสั่งซื้อ

ซีอีโอ “ช้อปปี้” ย้ำว่า สำนักงานใหญ่แห่งใหม่สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้ และเป้าหมายที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ในการช้อปปิ้งออนไลน์

ที่น่าสนใจ และสร้างปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มผู้ใช้งานมากขึ้น