นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ประกาศว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) กับสินค้าไทย ว่า มาตรการดังกล่าวดูเหมือนสหรัฐอเมริกาต้องการที่จะแสดงท่าทีอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการข่มขู่ (บลัฟ) เพราะกรณีที่มีการอ้างถึงปัญหาสิทธิและสวัสดิการแรงงานเพื่อจะตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าไทยนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ในปัจจุบันภาพรวมของทั้งประเทศอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากสหรัฐมีการตรวจประเมินรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือทริปรีพอร์ต เป็นประจำทุกปี ซึ่งล่าสุดไทยอยู่ในระดับเทียร์ 2 ดีที่สุดในรอบ 9 ปี ซึ่งจะให้ดีกว่านี้ไม่ได้ เพราะระดับเทียร์ 1 ให้เฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น
อีกทั้งได้สอบถามไปยังสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ทราบว่าสหรัฐมีการตรวจสอบการใช้แรงงานเด็กอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลรายงานที่ออกมา ประเทศไทยก็ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ฉะนั้น มาตรการดังกล่าวจึงเหมือนการข่มขู่ ทำให้เราตื่นตระหนกอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะบอกว่า หากไม่ทำตามระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าตัวอื่นๆ ทั้งนี้ สหรัฐมีความพยายามที่จะส่งออกหมูและสินค้าอีกหลายตัวให้กับเรา
สินค้าอาหารทะเลกลุ่มหลักที่ไทยส่งออก ได้แก่ ทูน่า กุ้ง และอีกหลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้จีเอสพีอยู่แล้ว สรท.จึงไม่เป็นกังวลต่อมาตรการดังกล่าว เพราะประเมินว่าน่าจะไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะจากการสอบถามไปยังสมาคมที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย ต่างก็ระบุว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างแน่นอน
ส่วนท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐที่ประกาศออกมานั้นเหมือนการข่มขู่ อาจจะเป็นความพยายามในการเปิดประเด็นบางอย่างทิ้งไว้ เพื่อขอให้เราหาทางเข้าไปเจรจาอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นแบน 3 สารเคมี พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต ทั้งนี้ หากสหรัฐต้องการที่จะดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวจริงๆ เพราะเหตุใดจึงไม่กระทำการเหมือนที่ทำกับจีน กรณีสงครามการค้า (เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐและจีนที่ดำเนินการทันทีภายใน 15 วัน แต่กับไทยทำไมให้เวลาถึง 6 เดือน
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


