นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชนว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งครั้งนี้เป็นการอนุมัติให้เพื่อทำโครงการร่วมของหมู่บ้าน ซึ่งต้องมีการเบิกจ่ายทั้งหมดภายใน 6 เดือน หากไม่มีการเบิกจ่ายจะเอาเงินคืน ทั้งนี้ได้ให้การบ้านกับกองทุนหมู่บ้านไปแล้วว่าให้ไปคิดโครงการที่ต้องการจริงๆ ขึ้นมา เช่น อุปกรณ์ที่ใช้แปรรูปสินค้าเกษตร โดยให้เวลา 2 เดือนในการคิดโครงการ ขณะเดียวกันจะมีการสร้างผู้นำชุมชนที่จะทำเอสเอ็มอีเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงเกษตรกรในพื้นที่เป็นตัวอย่างให้ทำตามได้ ซึ่งได้กำชับให้กองทุนหมู่บ้านแนะนำให้ความรู้และพัฒนา เชื่อว่าภายใน 3-4 ปีข้างหน้าจะทำให้เปลี่ยนแปลงด้านการเกษตรที่ดีขึ้นซึ่งเป็นการแก้ไขอย่างแท้จริง โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหลังตนกลับจากต่างประเทศ
นายสมคิดกล่าวว่า ในปีนี้จะมีการสร้างแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละชุมชนมากขึ้น โดยมีการออกแบบสถานที่ท่องเที่ยวและสร้างร้านค้าสินค้าโอท็อป เพื่อขายสินค้าโอท็อปที่ส่วนใหญ่มาจากการเกษตรให้ได้มากขึ้น ซึ่งหากขยายไปได้เรื่อยๆ จะเป็นการสร้างเศรษฐกิจในประเทศอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโครงการดังกล่าวและเมกะโปรเจ็กต์ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงการส่งออกจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับเศรษฐกิจโลก แต่ให้กลัวตัวเองดีกว่าว่าจะสร้างเศรษฐกิจของไทยได้อย่างไร

