ธ.ก.ส.เผยยอดเงินฝากเกษตรกรอยู่ในระดับทรงตัวที่ 20% ของเงินฝากรวม เหตุพืชผลราคาตกต่ำ ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจชะลอ
นายกษาปณ์ เงินรวง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า สถานการณ์เงินฝากเกษตรกรของธนาคารล่าสุด โดย นับจากต้นปีบัญชีของธนาคารหรือตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน.ที่ผ่านมาพบว่า ยอดเงินฝากลูกค้าเกษตรกรของธนาคารยังทรงตัวอยู่ที่ 3.2 แสนล้านบาท หรือประมาณ 20% ของเงินฝากทั้งหมด 1.618 ล้านล้านบาท ขณะที่ เป้าหมายเงินฝากลูกค้าเกษตรกรทั้งปีจะต้องเพิ่มขึ้นราว 1.4 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เหตุที่ยอดเงินฝากดังกล่าวไม่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาพืชผลในช่วงที่ผ่านมา ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจาก พืชผลของเกษตรกรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รายได้ของเกษตรกรไม่เหลือเพียงพอที่จะนำมาออมได้เพิ่มขึ้น
“ในช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายพักหนี้เกษตรกรนั้น มีโครงการที่เชิญชวนให้เกษตรกรออมเงินให้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีเกษตรกรเข้ามาออมเงินเพื่อลดภาระหนี้กับทวีโชคหลายพันล้านบาท ทั้งนี้ จำนวนลูกค้าเกษตรกรที่เข้าสู่โครงการพักชำระหนี้ในขณะนี้มีอยู่จำนวน 2.75 ล้านราย มีวงเงินสินเชื่อ 7 แสนล้านบาท มีเป้าหมายจะดึงเงินฝากให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยเฉลี่ยรายละ 1 พันบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยสร้างเงินออมเพิ่มขึ้นประมาณ 3.81 พันล้านบาทต่อปี”นายกษาปณ์กล่าว
นายกษาปณ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์เงินฝากในภาพรวมนั้นถือว่ายังทรงตัวเช่นกัน โดยเมื่อเทียบกับสิ้นปีบัญชียอดเงินฝากอยู่ที่ 1.617 ล้านล้านบาท ปัจจุบันอยู่ที่ 1.618 ล้านล้านบาท ขณะที่ เป้าหมายทั้งปีจะต้องเพิ่มขึ้น 6 หมื่นล้านบาท หรือ อยู่ที่ 1.677 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5%ต่อปี โดยยังมั่นใจยอดเงินฝากทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย ธ.ก.ส.มีแผนจะระดมเงินฝากผ่านการออกสลากออมทรัพย์ต่างๆ และในช่วงปลายปีเกษตรกรขายผลผลิตน่าจะทำให้นำเงินมาฝากเพิ่มมากขึ้น สำหรับสลากออมทรัพย์ที่รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก คือ สลากทวีโชค โดยมียอดเงินฝากผ่านสลากดังกล่าวถึง 3.08 แสนล้านบาท เนื่องจาก ผู้ฝากไม่มีภาระภาษี ให้ความคุ้มครอง 100% และ ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่อีกด้วย

