นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สทนช. ในฐานะหน่วยงานกำหนดนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำ ได้เข้าร่วมประชุมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งของ จ.อุบลราชธานี และการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำมูลตอนล่าง โดยมี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในการประชุม ณ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับทราบปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและร่วมพิจารณาแนวทางและทิศทางในการแก้ไขปัญหา โดยประเด็นสำคัญซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือกัน คือ การเตรียมความพร้อมก่อนฤดูแล้ง 2562/63 ที่กำลังจะมาถึง เนื่องด้วยที่ผ่านมา จ.อุบลราชธานี มักประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว รุนแรง และแล้งอย่างกะทันหัน ดังนั้น สทนช. จึงได้มีการหารือกับที่ประชุมถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนทิศทางบริหารจัดการเขื่อนต่างๆ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) น้ำ เพื่อรองรับฤดูแล้ง ลดความเสี่ยงภัยขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ตั้งแต่ปลาย ตุลาคม 2562 ไปจนถึง พฤษภาคม 2563
นายสมเกียรติกล่าวว่า ที่ประชุมได้ร่วมหาข้อสรุปแนวทางมาตรการและแนวทางการเตรียมความพร้อมฤดูแล้ง 2562/63 สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำมูลตอนล่างและจังหวัดอุบลราชธานี ใน 8 มาตรการหลัก คือ 1.การบริหารจัดการน้ำสำหรับฤดูแล้งต้องบริหารจัดการร่วมเพื่อวัตถุประสงค์สำคัญลำดับแรก คือ น้ำอุปโภคบริโภค 2.ฤดูแล้งมีปริมาณน้ำต้นทุนจากต้นน้ำลุ่มน้ำชีและมูลน้อยกว่าปกติ จำเป็นต้องใช้น้ำต้นทุนจากด้านท้ายน้ำจากเขื่อนสิรินธรเป็นน้ำต้นทุนน้ำอุปโภคบริโภค และใช้เขื่อนปากมูลทดระดับน้ำมูลไม่ให้ต่ำกว่าระดับ 107.5 ม.รทก.3.ให้มีการรายงานข้อมูล ปริมาณน้ำ ระดับน้ำ การใช้น้ำ การระบายน้ำของเขื่อนต่างๆ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และเพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ได้ทันการณ์ รวมทั้งติดตามข้อมูลคุณภาพน้ำ
นายสมเกียรติกล่าวว่า 4.น้ำสำหรับประปาควรมีแผนสำรอง ในกรณีเกิดวิกฤติขาดน้ำ 5.พื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานให้พิจารณาที่จำเป็น โดยให้คณะกรรมการด้านเกษตรประชุมพิจารณาแผนพื้นที่เพาะปลูก ในพื้นที่ที่เสียหายโดยสิ้นเชิงในฤดูฝน และสามารถใช้น้ำตามแหล่งเก็บกักน้ำขนาดเล็กของท้องถิ่น และริมน้ำมูลได้ เพื่อให้ทราบความต้องการใช้น้ำเกษตรในฤดูแล้งที่จำเป็น 6.ลดหรืองดการอนุญาตเลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำมูลตอนล่าง ด้วยน้ำต้นทุนน้อย 7.พิจารณาแนวทางเบื้องต้นของแผนงานเป็นระบบทั้งแผนงานเร่งด่วนที่จำเป็น ระยะกลาง และระยะยาวที่ยั่งยืน และ 8.เห็นชอบกับการตั้งคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด เพื่อเชื่อมโยงงานบูรณาการงานทั้งระหว่างลุ่มน้ำชีและมูล
“สทนช. คาดว่า ฤดูแล้งที่จะถึงนี้ปริมาณน้ำท่าในฤดูแล้งจากลุ่มน้ำชีและมูลจะน้อยกว่าปกติมาก เนื่องจากเกิดฝนตกและน้ำท่วมเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำชีและมูลตอนล่าง ส่วนพื้นที่ต้นน้ำและกลางน้ำลุ่มชี-มูล ฝนตกน้อยและหมดเร็วกว่าปกติ ดังนั้น ปริมาณน้ำท่าที่จะไหลมาจากแม่น้ำชีและมูลที่จะเติมให้มูลตอนล่างและอุบลราชธานีจะน้อยลงมาก” นายสมเกียรติกล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


