นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยประจำสัปดาห์นี้ ให้กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,600-1,650 จุด โดยมีปัจจัยเชิงบวกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าของการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (เบร็กซิท) ซึ่งล่าสุดมีความเป็นไปได้สูงขึ้น ที่เส้นตายเบร็กซิทจะถูกเลื่อนออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 หลังจากวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา สภาฯอังกฤษได้ลงมติไม่เห็นด้วย ต่อตารางเวลาในการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ ที่รัฐบาลให้เวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ส่งผลให้อังกฤษจำเป็นต้องขออนุมัติ จากทางยุโรปให้เลื่อนเส้นตายดังกล่าวออกไป โดยภาพที่ออกมา ถือว่าตรงกับที่ทรีนีตี้ประเมินไว้แต่แรก และคาดว่าสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ทางยุโรปจะอนุมัติการขอเลื่อนเส้นตายออกไป และอาจจะเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2563 ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการลงทุน ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ดีขึ้นได้
นายณัฐชาตกล่าวว่า อีกเรื่องเป็นการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (บีโอเจ) ในวันที่ 30-31ตุลาคมนี้ ซึ่งคาดหวังว่า จะเห็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ออกมา ซึ่งอาจจะเป็นการเพิ่มวงเงินในการซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ในส่วนของปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน (เทรดวอร์) ช่วงที่ผ่านมาอาจจะเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักลดลงไปได้บ้าง หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเลื่อนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยตลาดได้หันไปติดตามการประชุมเอเปกในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2562 แทน จึงคาดว่าตลาดอาจจะหันมาเล่นประเด็นดังกล่าวในช่วงเดือนหน้าแทน รวมถึงหลายฝ่ายเริ่มคาดหวังที่จะเห็นข้อตกลงบางอย่างออกมาได้บ้าง
“ปัจจัยในประเทศเอง ในส่วนของพื้นฐานอัตราส่วนทางการเงิน ที่แสดงสัดส่วนกำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทย ค่อนข้างอ่อนแอมาก เพราะงบไตรมาส 3 ที่ประกาศออกมา ดูยังอ่อนแออยู่และส่วนใหญ่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ด้วย นอกเหนือจากกลุ่มแบงก์ ที่ไม่ได้ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งหากมีการปรับลดคาดการณ์หุ้นไทยอีกครั้ง จะกระทบกับอัตรผลตอบแทนของดัชนีได้ ทำให้อาจจะมีการปรับเป้าหมายดัชนีในปี 2562 ลงอีกครั้งได้ สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ให้ถือหุ้นต่อหลังจากเข้าสะสมไปแล้ว ในช่วงระดับ1,600-1,610 จุด แต่หากนักลงทุนยังไม่ได้เข้าซื้อสะสมหุ้นในระดับดังกล่าว ให้ชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพื่อรอจนกว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวแตะกรอบล่างที่ไว้ในระดับ 1,600 จุด”
ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

