‘อนุสรณ์’​ แนะรัฐ ตั้ง ‘กองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ’​ แก้ปมบาทแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปี

28.10.19 | 06:23 น.

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงภาวะเงินบาทแข็งค่าที่จะซ้ำเติมภาคส่งออก ว่า ความมีอิสระและความโปร่งใสของการดำเนินนโยบายทางการเงินมีผลต่อประสิทธิภาพของการดำเนินนโยบายการเงินอย่างมาก งานวิจัยหลายชิ้นชี้ถึงความไม่สอดคล้องเชิงพลวัตของการดำเนินนโยบายทางการเงินเกิดขึ้นในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย ในบางช่วงเวลา

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของงานหลายชิ้นบ่งชี้ว่า กรณีของไทยนั้น การส่งผ่านนโยบายการเงินจะเกิดขึ้นผ่านช่องทางอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากึ่งหนึ่ง บทบาทของนโยบายการเงินต่อตัวแปรเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น การส่งออก การนำเข้า ดุลการค้า มีอยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น หากต้องการเปลี่ยนแปลงสภาวะการส่งออกให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ต้องเปลี่ยนระบบของนโยบายการเงิน ไม่ใช่เปลี่ยนนโยบายการเงิน แต่ต้องตระหนักว่า เป้าหมายหลักของนโยบายการเงิน คือ การรักษาเสถียรภาพ นโยบายการเงินต้องไปช่วยรักษาลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนในระยะสั้น

นอกจากสถานการณ์ภาคส่งออกในระยะ 6 เดือนข้างหน้า จะได้รับผลกระทบจากการตัดจีเอสพีแล้ว อาจถูกซ้ำเติมจากการแข็งค่าของเงินบาทอันเป็นผลจากเงินทุนระยะสั้นไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดการเงิน จากสภาพคล่องที่ยังคงล้นระบบการเงินโลกหลังจากธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเข้ามาซื้อสินทรัพย์ทางการเงินและลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา

ล่าสุด เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 6 ปีครั้งใหม่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)​ อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินและนโยบายบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายและแรงกดดันมากขึ้นจากตลาดการเงินโลก การใช้มาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้นเก็งกำไรด้วยการกำหนดระยะเวลาในการถือครองสินทรัพย์สกุลเงินบาทหรือเพดานการถือครองสินทรัพย์สกุลเงินบาท โดยไม่มีธุรกรรมแท้จริงรองรับ ซึ่งการซื้อดอลลาร์ ขายเงินจะไม่มีประสิทธิผลมากนักในสถานการณ์ขณะนี้ เพียงช่วยบรรเทาความผันผวนเท่านั้น

“แนวโน้มค่าเงินบาทอาจจะแข็งค่าแตะระดับ 28-29 บาทต่อดอลลาร์ได้ การแข็งค่าในระดับดังกล่าวจะไม่เป็นผลดีต่อภาคการส่งออก การจ้างงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม มีความจำเป็นที่ ธปท. อาจต้องนำผลการศึกษาเรื่องการนำทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนหนึ่งมาจัดตั้งกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ ที่เคยทำไว้กลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง” นายอนุสรณ์ กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ ควรศึกษาและทบทวนดูว่า ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการที่ใช้มา 22 ปีหลังวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540 ยังสอดคล้องกับพลวัตเศรษฐกิจและการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและยังคงเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจภายในและสถานะทางการเงินของประเทศในปัจจุบันและอนาคตหรือไม่

รวมทั้ง ควรศึกษาดูว่า ต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนของเงินสกุลหลักในทุนสำรองระหว่างประเทศหรือไม่ อย่างไร เพราะการเลือกระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ พลวัตของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยตัวแปรเศรษฐกิจภายในของไทยในปัจจุบันและอนาคตมีความสำคัญ โดยระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่เคยเหมาะสมในช่วงที่ผ่านมา อาจไม่เหมาะสมในปัจจุบันและอนาคตก็ได้