กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ชี้แจงการปราบปรามซุ้มยาดองเหล้าถึงกรณีนายประนอม เชิมชัยภูมิ ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายเหล้าภาคเหนือ ระบุว่า มาตรการของกรมสรรพสามิตในการเร่งปราบปราม ซุ้มยาดองเหล้า เป็นเพียงข้ออ้างในการเข้าไปทำลายวัฒนธรรมภูมิปัญญาพื้นบ้าน เป็นการทำลายการแปรรูปข้าวในระดับพื้นบ้าน และกำลังทำให้นายทุนใหญ่ไร้คู่แข่ง ว่า พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 อนุญาตให้ผู้ที่ประสงค์จะผลิตสุราชุมชน ซึ่งเป็นสุราพื้นบ้านสามารถที่จะดำเนินการผลิตได้ทั้งในรูปแบบของสุราแช่พื้นบ้าน เช่น อุ กระแช่ สาโท หรือสุรากลั่นชุมชน โดยสุราทั้งสองประเภทนี้ จะต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากกรมสรรพสามิตในฐานะที่มี หน้าที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตก่อนจึงจะออกจำหน่ายได้ เพื่อให้ประชาชนในฐานะผู้บริโภคมีความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่ต้องการนำสุราแช่พื้นบ้าน หรือสุรากลั่นชุมชนดังกล่าว ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายจากกรมสรรพสามิตเรียบร้อยแล้ว ไปใช้เพื่อการผลิตเป็นยาแผนโบราณ โดยผสมสมุนไพรหรือวัตถุดิบพื้นบ้านตามภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อทำให้มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคตามตำรับยาแผนโบราณ ก็สามารถดำเนินการได้โดยขอขึ้นทะเบียนเป็น ตำรับยาสมุนไพรแผนโบราณกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขได้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าหน่วยงานภาครัฐทั้งกรมสรรพสามิต และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้ปิดกั้นการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่อย่างใด แต่จำเป็นต้องมีการออกกฎระเบียบ เพื่อใช้กำกับการจำหน่ายสุราที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้ได้รับการตรวจสอบคุณภาพ ไม่ขัดต่อหลักสุขอนามัยที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้เช่นเดียวกับสินค้าอื่นๆ ที่ใช้บริโภคดื่มกิน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารต่างๆ ก็ต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐเช่นเดียวกัน

