‘ศักดิ์สยาม’ ปลื้มสนามบิน ทอท.แน่นเอี้ยด เดินหน้าขยายทุกแห่งตามแผน รองรับ 180 ล้านคนต่อปี

28.10.19 | 17:47 น.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้ผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.ว่า ทอท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานและผลประกอบการที่ดี ซึ่งเห็นได้ชัดจากการบริหารท่าอากาศยานที่อยู่ในกำกับของ ทอท. 5 แห่งรองรับผู้โดยสารเกินขีดความสามารถที่รองรับได้แล้ว คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีขีดความสามารถรองรับได้ 45 ล้านคน ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 64.71 ล้านคน ท่าอากาศยานดอนเมือง มีขีดความสามารถรองรับ 30 ล้านคน ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 41.01 ล้านคน ท่าอากาศยานภูเก็ต ขีดความสามารถรองรับ 6.5 ล้านคน ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 17.85 ล้านคน ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีขีดความสามรถรองรับ 2.5 ล้านคน ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 4.03 ล้านคน และท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีขีดความสามารถรองรับ 8 ล้านคน ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 11.32 ล้านคน โดยมีเพียงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง (เชียงราย) ที่ยังรองรับได้ปกติ คือ มีขีดความสามารถรองรับ 3 ล้านคน ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 2.95 ล้านคน

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ทั้งนี้ ทอท.ยังมีการวางแผนพัฒนาระยะ 20 ปี เพื่อขยายขีดความสามารถของสนามบินเพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้ถึง 180 ล้านคนต่อปี แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 150 ล้านคนต่อปี และผู้โดยสารภายในประเทศ 30 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพและรักษามาตรการให้เท่าเทียมกับท่าอากาศยานชั้นนำของโลก

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ทั้งนี้ ยืนยันว่า ทอท.ไม่มีแผนที่จะยกเลิกหรือลดศักยภาพของท่าอากาศยานภายใต้การบริหารจัดการของ ทอท.แต่อย่างใด โดยการขยายท่าอากาศยานก็อยู่ในแผนหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต 2 หรือเชียงใหม่ 2 สิ่งเหล่านี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนอีก 4 สนามบินที่ ทอท.อยากเข้าไปบริหาร คือ อุดรธานี กระบี่ แม่สอด และบุรีรัมย์ ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของปลัดกระทรวงคมนาคมว่าจะดูแลรูปแบบไหน และจะบริหารจัดการร่วมกันกับกรมท่าอากาศยาน (ทย.) อย่างไร

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ ทอท.พิจารณาการบริหารพื้นที่ของท่าอากาศยานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ท่าอากาศยานดอนเมือง ที่มีเครื่องบินเก่าจอดทิ้ง จะสามารถนำพื้นที่ลานจอดมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้หรือไม่ ขณะเดียวกันขอให้ ทอท.สนับสนุนนโยบายรัฐบาลเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยให้พิจารณาลดค่าธรรมเนียมในการนำอากาศยานเช่าเหมาลำเข้ามาจอดในประเทศไทยลง 50% โดยให้ดำเนินการทันทีและประเมินผลใน 3 เดือน ก่อนขยายผลต่อไป ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางแบบเช่าเหมาลำ ซึ่งมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า หากสนามบินของ ทอท.ไม่สามารถรองรับเครื่องเช่าเหมาลำได้เพียงพอก็ให้ประสานงานกับ ทย.ในการนำเครื่องไปจอดในสนามบินรองและจัดระบบโลจิสติกส์ขนถ่ายผู้โดยสารไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่อไป ส่วนรายได้นั้นให้ ทอท.กับ ทย.เจรจาเรื่องการแบ่งรายได้ร่วมกัน โดยเรื่องนี้ได้มอบให้นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นผู้พิจารณาร่วมกับ ทอท.และ ทย.ต่อไป

Advertisement

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอให้ ทอท.พิจารณาเรื่องความคุ้มค่าของตารางบินหรือสล็อต เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายสายการบินยื่นขอสล็อตมา แต่ไม่มีการบินจริง ส่งผลให้ ทอท.เสียโอกาสในการได้ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน ดังนั้นจึงขอให้ไปศึกษาระเบียบว่ามีแนวทางที่จะเรียกค่าปรับกรณีที่ไม่มาใช้สนามบินอย่างไร จากปัจจุบันมีระเบียบกำหนดไว้ว่าสายการบินยื่นขอสล็อตมาแล้วไม่บินจริงในสัดส่วน 20% จากที่ขอไว้ทั้งหมดก็จะถูกยกเลิก แต่หลังจากนี้หากไม่บินแม้แต่เพียงครั้งเดียวก็ควรต้องจ่ายค่าปรับ

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ขอให้ ทอท.พิจารณาเรื่องความคุ้มค่าของโบนัสที่จ่ายให้พนักงานในปีนี้ ในอัตรา 7.25 เดือน ว่าพนักงานทำงานให้คุ้มค่ากับที่เงินจ่ายขนาดไหน พร้อมกันนี้ขอให้ ทอท.ไปทำแผนการบริหารให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะแผนพัฒนาบุคลากรที่ต้องชัดเจนว่าจะรับเพิ่มหรือนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาใช้แทน เนื่องจากเวลานี้หลายหน่วยงานก็สิ้นเปลืองเงินไปกับการจ้างบุคลากร หากนำเอไอมาใช้แทนได้ก็จะประหยัดมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ ทอท.ปรับปรุงเครื่องมือให้ทันสมัย รวมถึงการให้บริการภายในสนามบิน เช่น รถรับส่ง ควรเป็นรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่สร้างมลพิษ เป็นต้น