‘สศก.’ เผยสหรัฐตัดสิทธิ จีเอสพีไทย ไม่กระทบสินค้าเกษตรส่งออกหลัก

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ สศก. วิเคราะห์และติดตามผลกระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารจากกรณีสหรัฐอเมริกาแจ้งระงับสิทธิพิเศษทางภาษีสินค้า (จีเอสพี) จากไทย โดย สศก. ยืนยันว่า สินค้าเกษตรและอาหารหลักของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ จะไม่ได้ผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวมากนัก และได้มีการประชุมทางไกลกับอัคราชทูตฝ่ายการเกษตรไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ​ (เอฟเอโอ)​ ณ กรุงโรม พร้อมกับได้เชิญผู้แทนกระทรวงเกษตรของสหรัฐ และเอฟเอโอ เข้าพบภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนำไปสู่ความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์

นายระพีภัทร์ กล่าวต่อว่า ในการตัดสิทธิจีเอสพีลชั่วคราว ของสหรัฐในครั้งนี้ ยังคงเป็นการตัดสิทธิสินค้าเพียงบางรายการ โดยจะเห็นว่าจากการประกาศตัดสิทธิจีเอสพี ครั้งนี้ ทั้งสิ้น 573 รายการ เป็นสินค้าเกษตร ภายใต้พิกัดศุลกากรตอนที่ 01-24 จำนวน 157 รายการ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้า ผักแปรรูป ผลไม้ตระกูลเบอรี่ ชาเขียว ขิงป่น หูฉลาม เส้นพาสต้า และผลไม้แปรรูป สำหรับกลุ่มประมงแปรรูปอื่นที่อาจจะถูกตัดสิทธิจีเอสพีครั้งนี้ แต่ไม่ใช่กลุ่มพิกัดสินค้าประมงหลักที่ไทยส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ จึงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดสหรัฐฯที่มีต่อสินค้าประมงของไทย

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดจากการตัดสิทธิจีพีเอส บางรายการอาจมีผลทำให้สินค้าเกษตรข้างต้นของไทยอาจจะได้รับผลกระทบด้านราคาขายที่สูงขึ้น เช่น สินค้าผลไม้แปรรูป ซึ่งมีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐอเมริกาในปี 2561 ประมาณ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ จะโดนเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 0% เป็น 4-14% และเส้นพาสต้า ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ในปี 2561 ประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่จะโดนเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 0% เป็น 6.4%

นอกจากนี้ สหรัฐ ได้ออกประกาศคืนสิทธิจีเอสพี ให้ไทยบางรายการ ซึ่งมีสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ ดอกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าสูงที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและเพาะพันธุ์กล้วยไม้ใหม่เข้าสู่ตลาดสหรัฐได้มากขึ้น และโกโก้ ซึ่งเป็นสินค้าเศรษฐกิจใหม่ ที่กระทรวงเกษตรฯ มีแผนผลักดันให้เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาดสูง จึงนับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายการผลิตสินค้าดังกล่าว ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะได้ส่งเสริมพันธุ์​โกโก้ที่มีคุณภาพและขยายพื้นที่เพาะปลูกตามหลักตลาดนำการเกษตร เพื่อเร่งปรับวิกฤตให้เป็นโอกาส

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ถาวร-ธรรมนัส’จัด บินไทยจับมืออ.ต.ก. นำผัก ผลไม้ อาหารสดออร์แกนิค ปรุงเสริ์ฟผู้โดยสารกว่า 60 สายการบิน
บทความถัดไปผู้อ่านมติชน 95% ระบุ การขัดขวางนายธนาธรทำหน้าที่กมธ.งบฯ ไม่มีเหตุผลเพียงพอ