‘พุทธิพงษ์’ ชี้หากไม่ดัน 5จี ให้เกิดในปี’63 ไทยอาจสูญรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท

“พุทธิพงษ์” ชี้หากไม่ดัน 5จี ให้เกิดในปี’63 ไทยอาจสูญรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 30 ตุลาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) กล่าวในงานสัมมนา Roadmap 5G ดันไทยนำ ASEAN จัดโดยเครือมติชน ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ รางน้ำ ว่า การผลักดัน 5จี อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ประเทศไทยจะต้องเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคที่ไม่มีใครคาดเดาได้ ตนมองว่าว่าในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครคิดว่า 5จี จะมาเร็วขนาดนี้ แต่เมื่อ 5จี เข้ามาประเทศเพื่อนบ้านมีแผนผลักดันในทันที อาทิ เวียดนาม และเมียนมา เป็นต้น ทั้งนี้ การที่มติชนจัดสัมมนาในครั้งนี้ เป็นเหมือนการทวงถามตนว่า 5จี จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ตนเชื่อว่า 5 จีจะเกิดขึ้นในปี 2563 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายยกรัฐมนตรี แน่นอน แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงจะสามารถทำให้เกิด 5จี โดยเร็ว

ทั้งนี้ ในส่วนภาพรวมของโลก ขณะนี้ มีหลายประเทศได้มีนำ 5จี มาใช้แล้ว ดังนั้น ถ้าไทยยังไม่เข้าสู่ 5จี ภายในปีหน้า จะเกิดปัญหาใหญ่ในเรื่องของการดำเนินธุรกิจ และการขับเคลื่อนประเทศ คาดว่าจะเกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท มองว่าถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องเดินหน้าเต็มที่เพื่อให้ไทยไม่ตกขบวน 5จี นอกจากนี้ จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนใหม่ว่าการมาของเทคโนโลยี 5จี จะทำให้สื่อสารกับครอบครัวผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ดีขึ้น ความจริงแค่เทคโนโลยี 4จี ก็สามารถใช้บริการดังกล่าวได้แล้ว เพราะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) มีการพัฒนาระบบสัญญาณอยู่ตลอด

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนต้องรู้ คือ 5จี จะเข้ามาปฏิรูปอุตสาหกรรมของโลก ดังนั้น ต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเชื่อมต่อและควบคุม 100 อุปกรณ์ ได้พร้อมกัน ส่วนสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ (เทรดวอร์) มองว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นศัตรูกับใครทั้งนั้น แต่เป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนต้องการย้ายฐานการผลิตมาตั้งที่ไทย แต่ในปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านของไทยเริ่มมีการพัฒนาและนักลงทุนได้ย้ายไปตั้งฐานการผลิตจำนวนหนึ่งแล้ว ดังนั้น ไทยจะต้องเร่งพัฒนาและสร้างฐานให้แข็งแรงไม่ให้เรามาสู่จุดที่ลำบากและต้องไม่ส่งผลกระทบถึงเยาวชน ในอีก 20 ปีข้างหน้า

นายพุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม 5จี ต้องเกิดให้ได้ในปีหน้า ซึ่งการขับเคลื่อนในครั้งนี้ กสทช. เป็นองค์กรที่มีบทบาทหนักที่สุด ทุกครั้งที่ได้หารือกับ กสทช. จะมีการคุยในเรื่องการประมูลอย่างต่อเนื่อง หาสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศไทย มองว่าเวทีนี้เป็นเวทีที่สำคัญ ซึ่งจะมีข้อมูลที่โอเปอเรเตอร์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนอาจไม่เคยไม่ได้ยินมาก่อน ซึ่งการประมูลในไตรมาสแรก 2563 จะได้เห็นหน่วยงานหลักอีก 1 หน่วย ซึ่งคนที่ผลักดันคือตนเอง แต่ไม่ได้ตั้งมาเพื่อขู่โอเปอเรเตอร์แต่อย่างไร แต่ต้องการผลักดันให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคทกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที ควบรวมกันเป็นรัฐวิสาหกิจที่เข้มแข็ง เพื่อทำการแข่งขันเข้าประมูล 5จี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในหลายด้าน ทั้งภาคสังคม สาธารณสุข และภาคการเงิน ตนเชื่อว่ารัฐบาลจะนำ 5จี เข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากยิ่งขึ้น

“โดยทั้ง 2 คลื่นความถี่ที่จะทำการประมูล คือย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ คือย่าน 26000 เมกะเฮิรตซ์ มีความสามารถในการรองรับคลื่นย่าน 190 เมกะเฮิรตซ์ จะเป็นตัวนำไปสู่เทคโนโลยี 5จี โดยการประมูล 5จี โอเปอเรเตอร์ต้องมีอย่างน้อย 100 เมกะเฮิรตซ์ นอกจากนี้ ไทยยังเหลือคลื่นย่านความถี่ 3400-3700 เมกะเฮิรตซ์ ที่เป็นช่องความถี่ของกิจการโทรทัศน์ ตนกำลังคิดจะนำทั้ง 2 คลื่นนี้มาประมูลพร้อมกันได้หรือไม่ หากทำได้ เราจะกลายเป็นประเทศที่เดินหน้าเข้าสู่ 5จี อย่างเต็มตัว ซึ่งจะนำทุกประเทศในภูมิภาคนี้ การนำทั้ง 2 คลื่นเข้าประมูลยังมีความเป็นไปได้ ระหว่างนี้ยังสามารถพัฒนาความสามารถได้ ก่อนเข้าสู่ 5จี ในเดือนกันยายน 2564” นายพุทธิพงษ์กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนต้องคิดว่าทำอย่างไรให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นมีความเท่าเทียมและเท่าทัน เพราะเราต้องแข่งขันกับหลายประเทศใหญ่ทั่วโลก ดังนั้น ไทยจำเป็นที่เราจะต้องเอาตัวรอด แต่ไทยไม่อยากส่งต่อประเทศให้กับประชาชนคนรุ่นใหม่ทั้งที่ยังมีฐานไม่แข็งแรง การพัฒนาในตรั้งนี้ จึงเป็นความตั้งใจที่รัฐบาลเอาจริงเอาจังที่จะให้ 5 จีเกิดขึ้นในปีหน้า ให้ได้แต่จะใช้แบบไหน จัดตั้งที่ใด หากพูดตั้งแต่ยังไม่มีการประมูลเลย ก็จะดูไม่เป็นความจริง แต่นี่คือแนวคิดและเส้นทางผลักดันที่จะทำให้เกิด 5จี แต่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้ารัฐบาล เอกชน และประชาชน ไม่ร่วมมือกัน หลังจากนี้ รัฐบาลจะขับเคลื่อนโดยรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เพื่อเป็นแรงส่งให้ 5จีให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ในเรื่องสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ที่หลายฝ่ายยังมีความกังวล ยังมีเวลา 6 เดือน ในแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งทุกประเทศโดยรอบไทยก็เคยถูกตัดสิทธิมาหลายประเทศแล้ว หลังจากนี้ ไทยจะมีการรับมือในเรื่องนี้ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เผดิมชัย’ เข้ารับหนังสือรับรองส.ส.แล้ว เชื่อเหตุพลิกกลับชนะ คนดูพูดแล้วทำได้จริงหรือไม่
บทความถัดไปปธ.ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีฟ้อง 7 กกต.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบรับรองคุณสมบัติ ‘บิ๊กตู่’ เป็นนายกฯอยู่ในอำนาจศาลอาญาทุจริตฯ