แบงก์ชาติคาดจีดีพีQ3ต่ำกว่าคาด ส่งออกยังไม่ฟื้น-ในประเทศชะลอตัว

เมื่อวันที่31 ตุลาคมที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) นายดอน นาครทรรพผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. เปิดเผยว่า ธปท. คาดว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ไตรมาสที่3 ปี2562 จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 2.9% เนื่องจากการส่งออกยังต่ำกว่าที่โดยไตรมาสนี้ส่งออกขยายตัว 0.0% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวก โดยช่วงไตรมาสแรกติดลบ 4.0% ไตรมาสที่2 ติดลบ 4.2% ทำให้ช่วง9 เดือนแรกติดลบ 2.7% ซึ่งการส่งออกที่ติดลบส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศชัดเจนมากขึ้น โดยพบว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบต่อเนื่องทุกไตรมาสและติดลบมากขึ้น โดยไตรมาสนี้ติดลบ 4.2% เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ติดลบ 3.4% ด้านการบริโภคเอกชนชะลอตัวลงขยายตัวเพียง 1.4% การท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ซึ่งการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานต่ำในปีก่อนจากเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ตโดย 9 เดือนนักท่องเที่ยวขยายตัว3.5% จำนวน 29.4 ล้านคน ทั้งนี้ พบว่าการจ้างงานลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดแล้วซึ่งต้องติดตามใกล้ชิดว่าแนวโน้มจะยังปรับลดลงอีกหรือไม่เพราะทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อการบริโภคเอกชนได้

นายดอน กล่าวว่า เศรษฐกิจไตรมาสที่ 3 ขยายตัวดีกว่าไตรมาสที่ 2 ที่ขยายตัว2.3% แต่ยังต่ำกว่าคาดไว้เดิม ขณะที่ไตรมาสที่ 4 แนวโน้มเศรษฐกิจจะขยายตัวดีกว่าไตรมาสที่ 3 จากปัจจัยมาตรการกระตุ้นภาครัฐที่ออกมา ฤดูกาลท่องเที่ยว ทิศทางการส่งออกปลายปีที่จะปรับดีขึ้นและอาจจะมีผลดีอานิสงส์สงครามการค้าสหรัฐและจีน รวมทั้งการเร่งส่งออกหลังจากที่สหรัฐถอดถอนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป(จีเอสพี) สินค้าไทยมูลค่า1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผลกระทบคาดจะมีผลไม่มากนักราว 0.01% ของมูลค่าการส่งออกรวม และต้องพิจารณาแล้วแต่รายผู้ประกอบการหากผู้ประกอบการพึ่งพาจีเอสพีมากอาจจะได้รับผลกระทบมาก ส่วนการลงทุนรัฐยังล่าช้าจากการลงทุนรัฐวิสาหกิจ การลงทุนเอกชนหลังจากที่มีการลงนามสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3 สนามบินในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) น่าจะทำให้แนวโน้มการลงทุนปรับดีขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) จะมีการรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาสที่3 ในวันที่18 พฤศจิกายนนี้ซึ่งต้องรอติดตามตัวเลขจริงที่จะออกมาโดยคาดการณ์ทั้งปี2562 ธปท.คาดจีดีพีที่2.8% ส่งออกติดลบ1% ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ลงมาอยู่ที่1.50 -1.75% ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไม่ได้เซอร์ไพรส์ตลาดการเงินและคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ของธปท. โดยกนง. จะมีการประชุมครั้งที่7/2562 ในวันที่6 พฤศจิกายนนี้นายดอนกล่าว

 

บทความก่อนหน้านี้คลังจังหวัดยโสธรคาดชิมช้อปใช้เฟส 2 เงินสะพัดกว่า 100 ล.
บทความถัดไปกมธ.ทหาร เซ็ง กองทัพปิดปากรายละเอียดงบซื้ออาวุธ อ้างแต่เป็นเรื่องความมั่นคง