นายถงหยุ่ย โทนี่ ยิ่ง กรรมการผู้บริหาร บริษัท พีทีเอฟ เรียลตี้ (2018) จํากัด ในเครือ พีทีเอฟ เรียลตี้ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยว่า แม้ในปีนี้ตลาดจะอยู่ในภาวะชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าในอนาคตจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า ในขณะเดียวกันตลาดผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย และประเทศไทยมีแนวโน้มการลงทุนที่ดี เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน สำหรับในส่วนของกลุ่มบริษัทพีทีเอฟ เรียลตี้นั้น ได้มีการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 10 ปีที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แต่การลงทุนพัฒนาอสังหาฯของบริษัทฯนั้นจะเป็นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวาซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมาแล้ว 4 โครงการรวมมูลค่ากว่า 5,400 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการคอนโด เดอะ ราชดำริ, โครงการเมแฟร์ เพลส สุขุมวิท 64 ,โครงการเมแฟร์ เพลส สุขุมวิท 50 โดยทั้ง 3 โครงการดังกล่าวปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการที่ 4 คือโครงการDEFINE by Mayfair สุขุมวิท 50 ปัจจุบันมียอดขายกว่า 60% จากมูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท เริ่มก่อสร้าง ปี 2562 คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2563
นายถงหยุ่ย กล่าวว่า ล่าสุด ได้เปิดตัวโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อโครงการ MAYFAIR PLACE VICTORY MONUMENT (เมย์แฟร์ เพลส วิคทอรี่ โมนูเมนต์) พัฒนาภายใต้แนวคิด ” Exceeding Expections: ใช้ชีวิตเหนือจินตนาการ” ออกแบบด้วยแนวคิดที่เน้นเรื่องประสบการณ์ของผู้พักอาศัยเป็นหลัก พัฒนารูปแบบห้องพักโดยเน้นพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว พร้อมวัสดุคุณภาพตอบสนองการใช้งานระยะยาว โดยยังให้ทุกยูนิตเพดานสูง 3 เมตร ให้คุณสัมผัสถึงมิติ ของความโปร่งโล่ง และอยู่สบายทุกห้อง ให้การพักอาศัยมีความเป็นส่วนตัวด้วยการคัดสรรเพื่อนบ้านเพียง 10 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1-17.7 ไร่ บนทำเลแยกดินแดงติดถนนใหญ่ฝั่งถนนวิภาวดี (ขาออก) พัฒนาเป็น High – Rise Condominium สูง 28 ชั้น จำนวน
194 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,200 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นขอ EIA คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในกลางปี 2563 การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 โดยสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities ) อยู่ชั้น 27 – 28 ส่วนห้องพักอาศัย (Residential )ตั้งแต่ชั้น 7 – 26 ขณะที่พื้นที่จอดรถ (Parking) เริ่มชั้น G – 6 (ที่จอดรถประมาณ 59% ไม่รวมจอดซ้อนคัน) โดยห้องพักอาศัยเป็นแบบ Fully fitted มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 33.40 -131.50 ตารางเมตร ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 140,000 บาทต่อตร.ม. หรือราคาเริ่มต้นที่ 129,000 บาท/ตารางเมตร โดยจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างและจัดงาน OPEN HOUSE ในวันที่ 9-10 พ.ย.นี้ พร้อมกับมีโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท เสนอราคาพิเศษในการเปิดให้จองช่วงแรกอยู่ที่ 129,000 บาทต่อตร.ม. กำหนดเปิดขายอย่างเป็นทางการในต้นปี 2563 สนใจชมห้องตัวอย่างหรือสอบถามรายละเอียดโครงการได้ที่เบอร์โทร 02-248-4999 หรือhttps://www.mayfairvictory.com
“เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าระยะยาว เป็นการขายพร้อมการันตีผลตอบแทน (Yield) 5% นาน 2 ปี อสังหาฯไทยยังน่าสนใจ ยังน่าลงทุนผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ที่สูง จากประสบการณ์บริหารและนำห้องของลูกค้าที่ซื้อไปแล้วมาปล่อยเช่ารวมทุกโครงการกว่า 250 ห้องชุด โดยผลตอบแทนที่ลูกค้ากลุ่มนักลงทุนได้หรือได้ Yield อยู่ประมาณ 4-5% ต่อปี ซึ่งลูกค้านักลงทุนของเราพอใจมากสำหรับผลตอบแทนที่ได้รับ โดยทุกโครงการที่เปิดขายมีสัดส่วนการซื้อเพื่อลงทุนอยู่ที่ประมาณ 30 % ซึ่งเรามีทีมงานมืออาชีพดูแลและบริหารจัดการเรื่องเช่าให้ลูกค้านักลงทุนมาตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี” นายถงหยุ่ย กล่าวและว่า ส่วนปี 2563 ได้เตรียมแผนการขยายการลงทุนเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2563 แล้วในทำเล ลาดพร้าว อ่อนนุช บางนา และมีแผนจะลงทุนทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการที่อยู่อาศัยประเภททาวน์โฮมด้วยเช่นกัน

